KHR-Fic

 

*หมายเหตุ*

เอนทรี่ในวันนี้คือการ "บ่น" ล้วนๆค่ะ


แบบว่าเหนื่อยจัง ใครแวะเข้ามาช่วยทัก จขบ.หน่อยนะคะ
 
ต้องการกำลังใจอย่างแรงกล้า เหนื่อยมากค่ะ
 
แต่ถ้าใครรำคาญก็ข้ามไปก็ได้นะคะ ขอบ่นหน่อย แฮ่ๆ



 

 





สวัสดีค่ะ


วันนี้ร้อนมากเลยนะคะ (หัวเราะ)


ร้อนแล้วก็ปวดท้องเอามากๆ พาลให้กินอะไรไม่ได้ไปทั้งวันเลยทีเดียว หิวก็หิว แต่ไม่กล้ากิน เพราะปวดท้อง


ช่วงนี้น่ะก็ใกล้จะสิ้นปีแล้วนะคะ งานก็เยอะมากมายเป็นภูเขาเลากา ทั้งงานหลวง งานราษฎร์ อยากจะบ้าค่ะ

(มันคงจะเป็นสองเดือนที่นรกไปอีกนาน)

 

 

แถมยังต้องรบกับคนงี่เง่าอีกมากมาย ช่างแสนบั่นทอนกำลังใจชีวิต 

(เรื่องมากกันจริงจริ๊งงงงงงง)

 

 

อ่ะ เลิกบ่นเรื่องที่ทำงาน มานึกเรื่องที่ทำให้สบายใจดีกว่า

 

ตอนนี้น่ะ ท่านย่าวายุก็ออกมาโผล่ใบหน้างามๆให้เห็นกันแล้ว ไอ้คุวาริก็ชักฟิกสั้นออกมาเรื่องนึงแล้ว


แต่แบบว่าอยากเขียนเรื่องยาวๆ มากๆเลยนะ


แต่ว่าอย่างที่บอกว่าไม่อยากจะหาภาระใส่ตัวเอง หันกลับไปมองกองไหที่คั่งค้าง อา...*รีบหลับตาหนีความจริง*





ทำไมหนึ่งวันมันมีแค่ 24 ชั่วโมง


ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วจังล่ะ


ทำไมเราต้องนอนด้วยนะ


ทำไมเราต้องไปทำงาน.....เฮ้อ..............





กำลังพยายามจะเคลียร์ไห


ตอนนี้มีกี่ไหแล้ว มานับเล่นๆดีกว่าค่ะ



Level 1 ระดับเพิ่งหมัก

1. Another [805969]

สถานะ : เพิ่งดองมาไม่ถึงเดือน เชื้อยังซึมไม่เข้าที่

เรื่องนี้มีพลอตจนจบแล้วนะ แต่ติดที่ว่ามันต้องเขียนตอนกลางคืนถึงจะได้อารมณ์ เลยไม่ได้เขียนซักทีไง



Level 2 ระดับหมักปุดๆ (ระดับอะไรวะ?)

2. Eternal Yours [X59]

สถานะ : ดองมาเกือบเดือนแล้ว คาดว่าเชื้อเริ่มลาม

แบบว่าเขียนตอนจบไว้แล้วอ่ะ (เหอะๆ) แต่กลางเรื่องหาย อีกอย่างเรื่องมันเรทไปหน่อยด้วย เดี๋ยวโดนด่า

ว่าแต่เอาตอนจบไปอ่านกันก่อนป่ะ?



Level 3 ระดับเปลี่ยนสี

3. The day after tomorrow [805918]

สถานะ : ดองมาเดือนกว่า ได้เวลาเปลี่ยนหัวเชื้อ

พล๊อตพร้อม โครงเรื่องพร้อม คนเขียนไม่พร้อม (เห้ย)

จะจบในเร็ววันนี้แหละน่า



Level 4 : ระดับฝักตัว

4. Cage of Labyrinyh [All59]


สถานะ : เรื่อยเฉื่อยอย่างถึงที่สุด

จริงๆแล้วก็บอกไปแล้วอ่ะนะว่าเรื่องนี้มันตามใจคนเขียน ดังนั้นจะหาว่าดองก็คงไม่ได้ อืม..... (แต่มีคนทวงเยอะแฮะ)



Level 5 : ระดับซึมลึก

5.Foretell Error [TYL1859]


สถานะ : นอนตายก้นไห

แบบว่ายังมีคนรออ่านอยู่มั๊ย?




นอกจากนี้...ยังมีไหเปล่าๆที่วางเรียงรายอีกมากมาย



8059 ANTHO >> มีพล๊อตแล้วน่า ส่งสิ้นเดือนธันวา

All59 ANTHO >> ยังไม่รู้เลยว่าจะเขียนอะไร แหะๆ

ศึกชิงวายุ ภาคต่อของ เกมจับวายุ >> อยู่นอกคลังไห เพราะเพิ่งขึ้นอินโทร ทำใจเลยว่าปีนี้ยังไม่ได้อ่านแน่ ปีหน้าโน่น

R59 ที่ติดใครก็ไม่รู้อยู่ >> ไม่รู้คนคนนั้นจะจำได้หรือเปล่าว่าเคยขอไว้ (สาธุ ขอให้มันลืม) เราไม่ได้ลืมนะ แต่คิดพล๊อตไม่ออก ฮา ไหนลองเควสเจาะจงมาทีจะได้เขียนซักที



มีอะไรอีก เอ...แต่นับไปนับมาก็น้อยนะ อืม...แต่ทำไมเรารู้สึกเหมือนว่าเยอะจัง



ปีนี้สัญญาว่าจะดันเรื่องเบอร์ 1 กับ 3 ให้จบนะ ฮึ่ยๆ


อยากเขียนเรื่องยาวมากๆ อยากเขียน 6959 อลังการซักเรื่อง (ไม่มีคนอ่าน?)


เห็นมีคนถามมา มีโครงการ 1859 อยู่ซักเรื่อง


แล้วก็อยากเขียนฟิกรุ่นแรกแบบยาวๆอีกซักเรื่อง ในขณะนั้นก็อยากเขียนสั้นๆอีกเรื่องเป็นปู่หมอกกับย่าวายุ


แล้วก็มี 2759 อยู่อีกเรื่อง เขียนค้างเอาไว้


มีโดที่จะแปล เอามาเตรียมไว้แล้วสอง-สามเรื่อง


อยากเปิดเควสฟิกนะ แต่แบบ...ไอ้ที่ค้างไว้ยังเป็นตับเลย


แล้วก็....มีอะไรอีกฟะ? ชักเยอะไปแล้ว!!!!! *ล้มโต๊ะ*



อยากให้วันหนึ่งไม่ต้องหลับ ต้องนอน ต้องกิน


ไม่อยากไปทำงานเล้ยยยยยยย~~~~~~~~~~



(สรุป วันนี้มันมาบ่นอย่างเดียวเลย)




ขออภัยกับความบ้าบอของ จขบ.ด้วยค่ะ




วันนี้เปิดโอกาสใครอยากด่าอะไรคุวาริ เชิญค่ะ


จะทวงจะจิกฟิกอะไร เชิญค่ะ


แล้วจะขอรีเควสอะไร...อาจจะไม่ได้ค่ะ (ฮา) ยกเว้นคนที่ติดค้างกันอยู่


...ว่าแต่คุวาริ ติดค้างฟิกของใครไว้บ้างหรือเปล่าคะ?

 

อ้อ อาทิตย์นี้ อาจงดฟิก (แต่อาจอับบ้าบอ) เพราะมีประชุมเยอะมากๆ แงๆ

 

แต่อาทิตย์หน้าเจ้านายๆไม่อยู่ ตั้ง สี่วัน (เยส!!)

 


ไปแล้วค่ะ แอบแวบมาอับแก้บ้า




kuwa[R]i...

 

 

 

(ยิ่งอีโมเยอะ ยิ่งสีเยอะ แปลว่ายิ่งสับสน ฮา)

 

...เวิ่นเว้อวันละนิดจิตแจ่มใสค่ะ

edit @ 15 Nov 2009 21:46:42 by kuwa[R]i...

Reborn Fic : Prelude Away

posted on 14 Nov 2009 00:05 by kuwari  in KHR-Fic


ดีจ้า~


ในที่สุด!! ก็เอาจนได้ค่ะ!! มันทนไม่ไหวแล้ว~~


นี่น่ะ คือฟิก "เจ้าคุณปู่"


เขียนขึ้นด้วยความสนอง need ล้วนๆ แบบว่ามั่วถั่วแบคกราวน์ของทั้งคู่มากๆ แต่มันทนไม่ไหวแล้วอ้ะ!!! โฮกกก ท่านย่าวายุ!!!!


ไม่ต้องสนใจความถูกต้องกับเนื้อเรื่องหลักนะคะ เราจิ้นไปเองทั้งนั้น เราเพ้อ เราคลั่ง เราฝันถึงท่านย่า อยากเขียน อยากเขียนมากๆ!! เอาวะ ไม่รู้ชื่อก็ช่างมัน ฉันจะเขียนแล้ว!!!



ขอเชิญอ่านได้เลยค่ะ!

 

 

 

 

Title : Prelude Away

Pairing : First Rain Guardian x First Storm Guardian (พิรุณรุ่นหนึ่ง+วายุรุ่นหนึ่ง)

Rate : PG-13



เสียงท่วงทำนองขับขานเคล้าคลอมาตามสายลม มันคงจะไม่แปลกแม้แต่น้อยหากว่าเจ้าเสียงดนตรีที่ราวกับบทเพลงหลงพลัดถิ่นนี้จะไม่บังเกิดขึ้นที่นี่


ขาเรียวที่กำลังก้าวอยู่หยุดชะงัก ดวงตาสีมรกตหยุดนิ่งมองตรงไปข้างหน้าก่อนจะกวาดไปรอบๆดูเผินๆเหมือนไม่ใส่ใจ


เห็นแล้ว...หมวกทรงสูงไหวๆ ซ่อนตัวอยู่ในเงาไม้อันเงียบสงบ

ความจริงเขาเองก็ไม่คิดจะทัก 'มัน' ที่เรียกจิกหัวแบบนี้ก็เพราะชายคนที่กำลังจะเห็นต่อหน้าเป็นดั่งสิ่งแปลกปลอมสำหรับพวกเขา

ชายหนุ่มร่างสูงผมสีดำ สวมชุดแบบเอเชียประหลาดๆในความรู้สึก พร้อมหมวกทรงสูง กำลังนั่งดีดเครื่องสายอยู่ในศาลาหินอ่อนสีขาว ดูไม่เข้ากันเสียเลยระหว่างสถาปัตยกรรมแบบยุโรปอันแข็งแกร่งกับเสียงดนตรีอันอ่อนช้อย ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าไอ้เจ้าคนกวนประสาทจะสามารถเรียงร้อยทำนองออกมาได้เสนาะหูขนาดนี้

เจ้าของร่างโปร่งบางยืนมองอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะผินหลังกลับไปอย่างพยายามให้เงียบกริบเฉกเช่นขามา หากแต่ไม่รู้จะเป็นเพราะเสียงสายลมกระทบไหวกับใบไม้หรืออะไรบางอย่างที่ทำให้คนกำลังนั่งหลับตาพริ้มเอ่ยเสียงพูดขึ้น

"มาแอบดูกันอีกแล้วนะ คุณมือขวา"

"ใครมาแอบดูแกกันไม่ทราบ" ใบหน้าสวยหันขวับมายังคนพูด "อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย เจ้าคนธรรพ์"

น้ำเสียงห้วนไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยซักครั้ง นับตั้งแต่วันที่เขาเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายังที่แห่งนี้ ก็ไม่ได้หวังนักหรอกว่าจะพบกับมิตรไมตรีอันยืนยงคงกระพันหรืออะไร เพียงแต่ว่ามันก็น่าจะดีกว่าหากคนพลัดถิ่นอย่างเขาจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นกว่านี้สักหน่อย ยิ่งเป็นคนคนนี้ด้วยแล้ว....

ดวงตาสีเปลือกไม้ลอบพิจารณาใบหน้าสวยที่กำลังเชิดใส่ ไม่ว่าจะทั้งดวงตา ริมฝีปาก หรือ เส้นผม ล้วนกอปรด้วยความงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าเทพเจ้าจะสามารถสร้างใครขึ้นมาได้งดงามขนาดนี้ นึกพลางเสียดายซีกหนึ่งของเสี้ยวหน้านั้นที่มีรอยสักรูปเปลวไฟพาดผ่านดวงตา  มันอาจจะทำให้เจ้าของดูดุดันน่าเกรงขาม แต่สำหรับเขาแล้วนั้น....


...มันคือเปลวไฟแห่งความมีเสน่ห์น่าค้นหา


"มองอะไรของแก?" เสียงห้าวเอ่ยขึ้นอย่างแห้งแล้ง หางตาที่มองเหยียดนั่นหากเป็นคนปกติคงมีความรู้สึกโมโหเป็นแน่แท้ แต่เพราะว่านี่เป็นเขา คือเขา..


...คือคนที่เย็นฉ่ำดั่งเม็ดฝน...


"ก็มีแต่เจ้าเท่านั้นไม่ใช่เหรอไง? ที่ข้ามองน่ะ"

คำตอบจากใบหน้ายิ้มแย้มไม่ทุกข์ร้อนกลับยิ่งโหมความไม่พอใจของวายุคลั่ง ไอ้เจ้านี่มันสำเหนียกหรือเปล่าว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนน่ะ!! ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรแท้ๆ!!

ร่างโปร่งขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง ยอมรับว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครเลยที่จะกล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่กลัวเกรง

"ไม่เข้าใจจริงๆว่าท่านจ๊อตโต้ชวนคนอย่างแกมาเข้าแฟมิลี่ทำไม? ไอ้วณิพกงี่เง่า!"

สายลมกรรโชกไหววูบหนึ่ง พากลิ่นหอมจางๆจากร่างที่เดินจากไปให้กระสาแตะจมูก ชายหนุ่มสายเลือดเอเชียคลี่ยิ้มเบาบาง ก่อนที่จะบรรเลงเครื่องดนตรีตรงหน้าต่อ...


...เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมตัดสินใจมาอยู่ที่นี่...



...บางที...



...อาจจะเป็นตอนนั้น...


.........

...................

"คุณจะมากับพวกเราไหมล่ะครับ"

ชายหนุ่มร่างเล็กเจ้าของดวงตาและเส้นผมสีน้ำตาลทองเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเฉกเช่นเดียวกับแววตา รอยยิ้มนั้นให้ความรู้สึกดั่งถูกปกคลุมอยู่ใต้ท้องนภาในวันที่อากาศสดใส สายลมอ่อนพัดต้องผิวกาย...และคลอเคลียอยู่ใต้ผืนฟ้านั้น

"ท่านจ๊อตโต้! คิดจะชวนเจ้านี่งั้นเหรอ? มันก็แค่นักดนตรีห่วยๆ จะช่วยอะไรแฟมิลี่เราได้!!"

ยังไม่ทันที่จะตอบตกลง คนที่อยู่ข้างกายอีกฝ่ายนั้นก็โพล่งขึ้นมา และก็เป็นจังหวะนั้นแหละที่เขาเห็นว่าช่างเป็นคนที่ให้ความรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่สวยงาม แววตาหยิ่งทรนง หรือแม้แต่ริมฝีปากสีอ่อนที่เม้มแทบจะเป็นเส้นตรงตลอดเวลานั้น

"เอาน่า..." ผู้ก่อตั้งวองโกเล่แฟมิลี่หันไปปราม ก่อนะหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง "ว่าไงล่ะ? ผมชวนคุณอยู่นะ"

"ขอบใจนะ แต่ว่าข้าก็เป็นแค่นักดนตรีกระจอกอย่างที่คนคนนั้นว่าจริงๆ คงช่วยอะไรพวกเจ้าไม่ได้ ขอโทษนะ"

"ถ้าอย่างนั้น..." ชายร่างเล็กเอ่ยกับเขา "ถ้าหากมีโอกาส เราก็คงได้พบกันอีก ขอบคุณกับทุกอย่างที่ผ่านมานะครับ"

"อื้ม..."



การลาจากห่างออกไปพร้อมเรือลำใหญ่ที่เดินทางข้ามมหาสมุทร เขารู้จักกับชายผู้เป็นหัวหน้าแกงค์มาเฟียอิตาลีด้วยความบังเอิญขณะที่เจ้าตัวเดินทางมายังญี่ปุ่น และโดยให้ความช่วยเหลือ พวกเขาทั้งคู่ก็ได้เป็นเพื่อนกัน

วันนี้จ๊อตโต้ต้องเดินทางกลับอิตาลีโดยมี 'ใครบางคน' มารับ ใครคนนั้นที่รูปลักษณ์โดดเด่นเป็นที่สะดุดตา หากแต่ว่าไม่เคยคิดที่จะเหลียวแลสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากคนตัวเล็กนั้น...



ญี่ปุ่นกับอิตาลี...ประเทศที่อยู่กันคนละซีกโลก มีสภาพความเป็นอยู่และวัฒนธรรมไม่เหมือนกันแม้แต่นิดเดียว นักดนตรีกระจอกอย่างเขาเองก็ไม่คิดฝันที่จะอาจหาญจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนไปไกลยังที่แห่งนั้น...



แม้ว่าหัวใจจะถูกพรากไปที่นั่นเสียแล้ว...


........

.................


เสียงท่วงทำนองขับขานเคล้าคลอท่ามกลางความมืด อากาศเย็นรื่นจากลมอ่อนทำให้อดที่จะเผลอดื่มด่ำไปกับมันไม่ได้ แม้ว่าเครื่องดนตรีนี้จะเสียงแปร่งปร่าเพราะว่ามันไม่ใช่ของเขา แต่มันก็ช่างแสนมีค่ายิ่งสำหรับคนที่เคยตั้งใจมุ่งมั้นที่จะเดินไปสู่หนทางแห่งการเป็นยอดนักดนตรี

"ออกมานั่งฟังใกล้ๆสิ" เขาพูดทั้งๆที่ยังไม่ลืมตา ประสาทสัมผัสของนักฆ่าทำให้รับรู้ได้ว่ามีใครบางคนรุกเข้ามาในขอบเขตนี้เป็นเวลานานพอดูแล้ว

"ใครจะอยากฟังเพลงของแกกัน"

เสียงฝีเท้าหนึ่งเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ หลังจากนั้นกลิ่นหอมรื่นรมย์ก็เข้ามาสู่นาสิกสัมผัสอีกครั้ง ชะรอยว่าเขาจะคุ้นชินกับมันไปเสียแล้ว

"เล่นต่อสิ"

แสงไฟสลัวจากอาคารที่อยู่ใกล้ๆสะท้อนให้เห็นรอยสักรูปเปลวไฟบนเสี้ยวใบหน้าสวยด้านข้าง ริมฝีปากบางยังคงคาบซิการ์อยู่ตลอดเวลาพูดขึ้น

"อืม"

บทเพลงบรรเลงขึ้นอีกครั้ง เป็นระยะเวลายาวนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ตราบจนกระทั่งทุกอย่างสงบนิ่งลง ช่องว่างบางอย่างถูกก่อขึ้นจากอากาศที่มองไม่เห็นรอบกาย ราวกับว่ามันถูกดูดลงไปถมที่ในหัวใจของแต่ละฝ่ายจนเต็ม

"เป็นไง? เพราะมั๊ย?" ร่างสูงเอ่ยถามเมื่อเสร็จสิ้นการรังสรรค์

"ก็งั้นๆแหละ"

ความเงียบตรงเข้าแย่งชิงอาณาบริเวณอีกครั้ง สายลมรุนแรงกรรโชกไหววูบหนึ่งก่อนที่ชายหนุ่มชาวเอเชียจะเอ่ยขึ้นมาก่อน

"ดึกแล้ว เจ้าไปเข้านอนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย"

"แกก็เหมือนกันแหละน่า"

พวกเขาลุกขึ้นยืนพร้อมกันอย่างเงียบๆ คนธรรพ์หนุ่มนึกว่าวันนี้ก็จะเหมือนอย่างที่ผ่านมา พวกเขาเจอกัน คุยกันสองสามคำ แยกย้ายกันไปนอน
แต่ว่าวันนี้...

"นี่..."

"หือ?..."

เสียงเรียกห้วนๆนั้นยังเหมือนเดิม หากแต่เมื่อเขาหันไป คนตัวบางกว่าก็ดึงปกเสื้อร่างสูงให้โน้มเข้าหาอย่างรวดเร็ว


...สัมผัสนุ่มละมุนราวถูกลูบไล้ด้วยสายลมอ่อนจางแตะที่ริมฝีปาก กลิ่นควันขมนิดๆเจือรสหวานทะลักล้นในความรู้สึก เป็นเวลาชั่วขณะที่ริมฝีปากเขาทั้งคู่สัมผัสกัน หากแต่มันช่างเป็นวินาทีที่ควรค่าแห่งความทรงจำชั่วชีวิต


"...เจ้า..." ชายหนุ่มมองใบหน้าสวยที่ยังคงฉาบไว้ด้วยความหยิ่งทรนง หากแต่สีอ่อนเรื่อบนโหนกแก้มนั้นทำให้เขาตาพร่ามัว

"...นี่แทนคำขอบคุณ" ร่างโปร่งบางพูดห้วนๆ "ที่แกยอมขายเครื่องดนตรีงี่เง่านั่นเพื่อเดินทางมาช่วยท่านจ๊อตโต้"

"แต่เจ้าก็ซื้อของใหม่มาให้ข้าแล้วนี่" ชายหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ

"นั่นมันตามคำสั่งท่านจ๊อตโต้ต่างหาก" เจ้าของใบหน้าสวยทำท่าจะผละออกไป หากแต่ตอนนั้นเองที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าเอวบางของตนถูกมือแกร่งของใครบางคนโอบอยู่ "...นี่แก...อุ๊บ.."

เรียวปากนุ่มถูกสัมผัสอีกครั้ง แต่คราวนี้มันต่างจากคราวที่แล้วที่เต็มไปด้วยความรุ่มร้อน ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดแลกเปลี่ยนความหวานยาวนาน แต่กับคนทั้งคู่ราวกับเวลาได้ถูกหยุดลง

"...แก..." ดวงตาสีมรกตถลึงใส่อีกฝ่าย แต่มันปราศจากแววแข็งกร้าวอย่างทุกที

"...เข้านอนเถอะนะ" เสียงทุ้มต่ำพูดขึ้นข้างหู "อากาศข้างนอกมันหนาว"

สายลมหวีดหวิวยามค่ำบาดผิวราวกับจะย้ำในคำพูดนั้น กักคำพูดทั้งหลายให้กลืนหายลงลำคอระหงนั่น...


"อืม.."


.............................................


สายฝนหยดแรกกระทบใจให้หวามไหว สายลมครั้งแรกรำเพยพรายพร่างสัมผัสผิว...


เม็ดทรายละเอียดตกลงทับถมดั่งเวลาที่ไม่หวนกลับ ทุกสิ่งทุกอย่างผันผ่านเข้ามาในชีวิตนั้นมิอาจคาดเดาได้


มีเกิด...ก็ต้องมีดับ มีพบ...ก็ต้องมีพราก....


บางครั้ง....คำว่าชั่วนิรันดร์ก็เป็นเพียงนิยาม ที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้จริง



...อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตนี้...





"ไม่ไปด้วยกันรึ?" จ๊อตโต้เอ่ยกับบุคคลผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องคนแรกที่ติดตามเขาด้วยความอาลัยอาวรณ์ ระหว่างที่ทั้งสองยืนอยู่ที่ท่าเรือขนาดใหญ่



ผู้ก่อตั้งวองโกเล่แฟมิลี่ตัดสินใจที่จะสละตำแหน่งและจากไปตั้งรกรากอยู่ที่ญี่ปุ่น การตัดสินใจของนภาลัยในครั้งนี้ทำให้เหล่าบรรดาผู้ติดตามกระเซ็นสาย ส่วนหนึ่ง...ก็กลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน...


ไม่เว้นแม้แต่....เจ้านั่น....



ดวงตาสีมรกตทอดผ่านขอบฟ้า เลยไปยังสุดขอบฝากฝั่งที่อาจเป็นได้แค่ความฝันเท่านั้นที่จะเอื้อมไปถึง


"ไม่ครับ ผมจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ ...รุ่นที่หนึ่ง"

"รุ่นที่หนึ่ง" ร่างเล็กกว่าทวนคำ "อะไรของเธอน่ะ?"

"ท่านไงครับ...วองโกเล่รุ่นที่หนึ่ง" ผู้พิทักษ์แห่งวายุพูดพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน "...ถึงแม้ตัวท่านจะจากไปยังดินแดนแสนไกล แต่วองโกเล่ที่นี่จะต้องเกรียงไกร นับจากนี้ไปอีกเป็นสิบรุ่น"

สีหน้าและท่าทางจริงจังมันทำให้คนฟังอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา

"อย่างนั้นเชียวรึ ขอบใจนะ" ดวงตาสีทองมองคนตรงหน้า "แล้วเธอล่ะ..."

"ต่อให้เกิดกันคนละแผ่นดิน ผมก็จะไปอยู่เคียงข้างท่าน..." ขาคุกเข่าลงกับพื้นข้างหนึ่ง มือเรียวค่อยๆดึงมืออีกฝ่ายขึ้นประทับริมฝีปากลงบนหลังมือนั้นแผ่วเบา "...ไม่ว่าจะเกิดใหม่กี่ครั้งก็ตาม..."

"ขอบใจ" ท้องนภาทอดเสียงแผ่วเบา แม้จะเห็นแววโศกเศร้าที่เผลอฉายแววขึ้นชั่วครู่ในดวงตาสีมรกตสวยงามนั้นแต่เขาก็จำต้องเก็บความรู้สึกไว้



เสียงหวูดเรือเป็นสัญญาณของการเดินทาง การลาจากที่อาจจะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายในช่วงชีวิตนี้ ผู้พิทักษ์แห่งวายุแห่งวองโกเล่รุ่นที่หนึ่งรู้ว่ายามที่มันพร้อมจะโลดแล่นไปเบื้องหน้า หัวเรือนั้นเบนหาไปยังทิศตะวันออก ณ ที่ซึ่งที่ตั้งดินแดนหมู่เกาะอันห่างไกล

"...แล้วไปหาบ้างนะ...ถ้าเป็นไปได้..." จ๊อตโต้พูดอีกครั้งก่อนที่เดินขึ้นยังพาหนะลอยน้ำใหญ่โตนั้น

"ครับ..."

ไม่มีคำว่าลาก่อนจากปากพวกเขา...เพราะจบชีวิตนี้อาจไม่ได้พบกัน แต่ในอีกสายชีวิตข้างหน้านั้น พวกเขาจะต้องได้อยู่ด้วยกันอีกแน่นอน...




สายตามองทอดไกลอีกครั้ง อีกฝากของทะเลขวางกั้น เขาจำเป็นต้องอยู่ที่นี่...ด้วยร่างกายที่มีแต่เพียงวิญญาณ เพราะหัวใจที่เคยมีอยู่นั้น ได้ถูกใครบางคนเอาไปก่อนหน้านี้เสียแล้ว...




"...แล้วซักวันฉันจะไปหาแก...ไอ้สายฝนบ้า.."




กลิ่นควันซิการ์จางหายไปพร้อมๆกับอุปทานบางอย่างที่แว่วในหู เสียงของดนตรีเครื่องสายในทำนองเพลงแถบเอเชีย...




...ซักวัน...พวกเราต้องได้พบกัน...อย่างแน่นอน....




Prelude Away / END




.........




................




..........................



นอกหน้าต่างคือสีเขียวขจีของใบไม้ แสงแดดยามสายให้ความรู้สึกน่าง่วงเหงาหาวนอน แต่น่าแปลกที่เขากลับไม่รู้สึกอยากหลับเลยซักนิด ด้วยเพราะอะไรบางอย่างในส่วนลึกสั่งให้ตื่นอยู่อย่างนั้น...


*ครืด*


เสียงเปิดประตูไม่ได้ดึงความสนใจที่กำลังลอยออกไปไกลให้กลับมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาสีเปลือกไม้กลับเบนกลับมายังหน้าชั้น เพื่อพบกับภาพของใครบางคนที่ดูราวกับมีรัศมีสีเงินยวงจับตา



"นี่คือนักเรียนแลกเปลี่ยนจากอิตาลี...ชื่อ โกคุเดระ ฮายาโตะ"



...แล้วหัวใจของเขาก็ถูกพรากออกไปอีกครั้ง...


..........................


END

..........................



Writer Note : ไม่ได้เขียนฟิกนานมือมันฝืดจริงๆด้วย - -" อ่านแล้วแปลกๆหรือเปล่าคะ?



ไม่รู้ชื่อก็เขียนได้เว้ยยย!! ฮ่าๆๆ




อธิบายนิดนึง

เราไม่รู้ว่ารุ่นแรกเนี่ย มันเกิดในช่วงไหน ก็เลยงงๆกับสรรพนามแทนตัวของปู่พิรุณ เพราะปู่เป็นคนญี่ปุ่น (ใส่ชุดอย่างกับขุนนาง) สรรพนามก็น่าจะเป็น "เจ้า" กับ "ข้า"

แต่มาทางยุโรปของปู่วายุ ก็น่าจะเป็นสรรพนามธรรมดาแบบชาวตะวันตก มันก็เลยออกมาดูแหม่งๆ ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้


และสำหรับท่านไม่ได้อ่านสปอยล์

ผู้พิทักษ์พิรุณรุ่นแรกเป็นนักดนตรี ที่ต้องเลือกระหว่างดนตรีกับดาบ แต่เมื่อรู้ว่าปู่จ๊อตโต้ที่เป็นเพื่อนอยู่ในอันตราย จึงขายเครื่องดนตรีที่รักมากทิ้งเพื่อเป็นค่าเดินทางและซื้ออาวุธ นั่นก็คือดาบยาวหนึ่ง สั้นสาม

ส่วนผู้พิทักษ์วายุเป็นมือขวาและเพื่อนคนแรกของปู่จ๊อตโต้ เห็นเขียนว่าเป็น "หัวหน้าตำรวจ"


เรื่องอื่นๆเรามั่วเอาตามความรู้สึก ยังไงก็มองข้ามๆไปเหอะนะ มันเป็นแค่ฟิกค่ะ (แฮ่ๆ)



และต้องขออภัยเป็นล้านครั้งที่มันเป็น short fic ซึ่งความจริงแล้ว คุวาริอยากจะเขียนมันเป็นเรื่องยาวมากกว่า (แต่มันต้องเป็นเรื่องยาวที่น่าปวดกบาลมาก เพราะไม่รู้ชื่อตัวละคร) แต่นั่นเพราะคุวาริยังไม่อยากหาภาระใส่ตัวเพิ่ม อย่างน้อยก็ขอให้ทุบไหแตกให้ได้ซักสองใบก่อน

ซึ่งก็คือ สองเรื่อง นี้

The day after tomorrow

Another



เราจะพยายามดันสองเรื่องนี้ให้จบภายในปีนี้ให้ได้ค่ะ!


เพราะตอนนี้เราอยากเขียนฟิกรุ่นแรกมากๆ อยากเขียนยาวๆ ดราม่า




เอาเป็นว่าอ่านเรื่องนี้แก้ขัดไปก่อนนะ โฮกกกกกกกกก คุณย่าวายุ ม่ายหวายแล้ว หลงมากๆเลยตอนนี้ >_<



มีตัวอย่างจากความฟุ้งซ่านให้ดูด้วยค่ะ


มันคือกระดานไวท์บอร์ดเล็กๆที่คุวาริไว้จดงาน




(ยังไม่วาย....)

ยังเห็นผมคุณย่าไม่ชัด เลยวาดไม่ถูก ฮ่าๆ แต่จะเอาแบบเนี๊ยะ!!! บ้าไปแล้ว!!





ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะคะ

ขอบคุณค่ะ


kuwa[R]i...



ปล. เมื่อวานเก็บศพได้เยอะเลยค่ะ 5555+

ปล.2 อยากเขียน "คุณปู่หมอก" กับ "คุณย่าวายุ" มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (ดราม่าสุโค่ยแน่ๆ)

 

edit @ 14 Nov 2009 12:53:52 by kuwa[R]i...



ดีจ้า~

 

ตอนนี้รวมเล่ม 'TANABATA series' ปิดการสั่งจองแล้วนะคะ



ต่อไปนี้เป็นรายชื่อของท่านที่ส่งเมล์เข้ามาค่ะ

 

ใครที่ส่งเมล์มา ลองเช็คดูว่าตกหล่นชื่อไปหรือเปล่า? ถ้าไม่มีก็ให้เมล์มาอีกครั้งได้เลยค่ะ


หมายเหตุ ทุกท่านที่ลงชื่อไว้คุวาริจะตั้งค่ายอดจอง 1 เล่ม สำหรับท่านที่จองมากกว่า 1 เล่ม จะมีเขียนจำนวนเล่มต่อท้ายนะคะ





1. >>PK<<


2. kazukazu


3. ณัฐวรรณ


4.อ้อแอ้(ปรมาจารย์วันพีซ)


5.WAKETSU 2 เล่ม


6.elRion


7.PlenG


8.ชิกิ


9.love


10.สุวดี



11.nippachan[baka]


12.Cray


13.kioku


14.byakurai


15.i-ya-in-wonderland 2 เล่ม


16.Tip_kung


17.NOoK-U


18.HiroKi


19.SnowDome


20.Calmseason



21.Rainy Day


22.+~ZiZZy~+ 2 เล่ม


23.kaze k.


24.k-dragon


25.คิ


26.AIM 8059


27.Pinkkie


28.เจตนิพิฐ


29.GoZzila


30.So_Go


31.Hi[R]oro


32.นังหมู~~ 3 เล่ม


33.Ren


34.Kukuri


35.Blizzard



รบกวนผู้ที่มีรายชื่อทั้งหมด ขอให้คอนเฟิร์มที่กระทู้นี้อีกครั้ง นะคะ

................................

ต้องขอขอบคุณทุกท่านมากค่ะ ที่สั่งกันเข้ามา ดีใจจริงๆเลย ไม่นึกว่าจะได้รับการตอบรับขนาดนี้

เมื่อได้หนังสือแล้ว คุวาริจะเมล์กลับไปหาทุกท่านอีกครั้ง เพื่อแจ้งเรื่องการจ่ายเงินและการส่งของค่ะ



และสืบเนื่องจาก Entry ที่แล้ว...


คุวาริจะขอรวบยอดตอบคำถามในเอนทรี่หน้านะคะ ขอบคุณทุกท่านเช่นกันที่ให้ความร่วมมือมากขนาดนี้ ซาบซึ้งใจจริงๆค่ะ


ใครยังไม่ตอบ ไปตอบได้นะคะ >> จขบ.ขอ FAQ บ้าง

 

........................

 

และช่วงท้าย ขอ UPDATE เรื่อง 'All59 ANTHOLOGY' นะคะ

 

ท่านใดที่ต้องการเขียนฟิก + วาดโด + วาดภาพประกอบ สำหรับ All59 (คู่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ 8059)

ตอนนี้สามารถแจ้งความประสงค์มาได้อีกครั้ง โดยการส่ง ems. หรือที่เมล์ของคุวารินะ จะส่งรายละเอียดกลับไปให้

โดยมีกำหนดส่งงาน สิ้นเดือนธันวาคม (31 ธันวา) นะคะ

ในคอนเสป "แฟนเผลอ เจอกัน" จะเขียนฟิก วาดรูป วาดโด ก็ได้เลยค่ะ

ขอบอกว่าผู้ที่เข้าร่วมแอนโธนี้ คุณคือคนพิเศษจริงๆ

ปิดรับสมัครวันศุกร์ที่ 13 นี้นะคะ

 

มารวมโลกของ All59 กันเถอะค่ะ!

 

 


ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นค่ะ

kuwa[R]i...



edit @ 8 Nov 2009 19:02:52 by kuwa[R]i...