[DEG Fic]My Sweet Brother:I
posted on 17 Nov 2005 21:26 by kuwari in J-ROCK-FICไม่ได้เขียน fic Dir en Grey นานแล้ว คราวนี้นึกครึ้มบวกกับคิดถึงน้องเตี้ยขึ้นมาก็เลบลองโซโล่ดูซักตั้ง แถมคราวนี้รักษา concept "ลัทธิพี่น้อง" อีกด้วย แถมยังให้อารมณ์มัวๆอีก ก็ลองอ่านดูแล้วกันนิ
สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ก็ลองอ่านเล่นๆนึกว่าเป็นแบบ original ก็ได้เพราะเรื่องนี้เราไม่ได้เขียนอิงวง เป็นพล๊อตที่สับสนในตัวเองเช่นเดิมอีกต่างหาก ลองอ่านดูแล้วกันนะคะ
คำเตือน(เตือนทำไม?) YAOI
PG-13 for this Chapter
ลมหายใจแผ่วผ่าวราวจะขาดห้วงได้ทุกขณะ จังหวะของร่างกายขยับตามอารมณ์โยกไหวตามสัญชาตญาณไม่ใช่ด้วยความเต็มใจ และแม้จะเจ็บปวดขนาดไหนแต่ก็ไม่มีเสียงร้องใดๆเล็ดรอดจากริมฝีปากอิ่มซักนิด...ทั้งหมดนั่น ยิ่งทำให้อารมณ์พลุ่งพล่าน
ดวงตาคมกริบไม่ได้ละจากใบหน้าของร่างข้างใต้แม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับยิ่งเพ่งพินิจมันอย่างจะให้ซึมลึกเข้าไปยังความทรงจำที่จะไปสู่ภพหน้า ปณิธานไว้แล้วว่า...ต่อให้จะเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ เขาก็จะต้องได้ครอบครองคนนี้อยู่ร่ำไป
ร่างเล็กกัดริมฝีปากตัวเองจนช้ำ ส่วนของร่างกายด้านล่างถูกบดเบียดกระแทกทั้นเสียจนร้าวไปถึงปลายเส้นประสาท อยากจะกรีดร้องเพื่อระบายความทรมาน แต่ถึงให้ต้องตายไป เขาก็ไม่มีวันทำ
...เพราะรู้ว่าคนตรงหน้าอยากให้เขาทำอย่างนั้น
ชายหนุ่มจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อเห็นว่าริมฝีปากนุ่มที่เขาชอบไล้เลียตอนนี้แดงก่ำไปหมด
"เจ็บก็ร้องออกมาเถอะน่า.." เขาก้มลงเลียที่ใบหูเล็ก หวังจะเห็นแรงสะท้านของร่างในอ้อมกอด แล้วก็ไม่ผิดหวังเสียด้วย
"มะ...ไม่..." ร่างเล็กเค้นคออย่างยากลำบาก "รีบๆทำให้มันจบซักที ผมชัก...จะรำคาญแล้ว.."
คำพูดนั้นแทนที่จะทำให้โมโหแต่เขากลับหัวเราะเบาๆ
"อย่างนั้นเหรอ? นึกว่าจะชอบให้อ่อนโยนซะอีก"
"หึ..ไร้น้ำยาสิไม่ว่า..."
แม้จะเจ็บแต่สีหน้าท้าทายและแววตาไม่ยอมแพ้ใครก็ยังคงทอประกายแข็งกร้าวดุจกัน ซึ่งมันก็ทำให้คนที่ครอบครองอยู่นั้นคลี่ยิ้มอย่างถูกใจ
"ได้ตามคำขอ...น้องชาย"
...................................................
แสงแดดยามเช้าไม่เคยสาดส่องมาถึงห้องนี้เลยซักครั้ง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหน้าต่างที่หันไปทางด้านทิศตะวันตกทำให้แทบจะไม่เคยมีคำว่ารุ่งอรุณย่างกรายเข้ามาได้สัมผัส
และส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะม่านหนาทึบสีดำที่ยาวจนแทบละพื้นนั่นที่ปิดกั้นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้ออกจากโลกแห่งความเป็นจริง
"เคียว...สายแล้วนะ วันนี้ไม่ไปโรงเรียนหรือไง?"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมประโยคที่ซ้ำๆกันทุกวันราวเครื่องเล่นเทปอัตโนมัติ ซึ่งทำให้คนฟังชาชินเสียแล้วจึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้น คนที่อยู่หน้าห้องถอนหายใจก่อนจะเปิดประตูที่ไม่ได้ล๊อคออกและก้าวเข้ามา ยังเหมือนเดิม...ห้องรกทึบเต็มไปด้วยของรกระเกะระกะ และอากาศอับราวกับว่าหลุดมาในโลกสนธยา ข้าวของมากมายวางเกลื่อนจนต้องก้าวข้ามอย่างยากลำบาก
"เคียว ตื่นได้แล้วนะ สายแล้ว" ชายหนุ่มร่างสูงเพรียวในชุดผ้ากันเปื้อนก้มลงเหนือร่างที่นอนขดราวกับดักแด้อยู่บนเตียง
"...รู้แล้วน่า ไม่ได้หลับ" เสียงตอบจากร่างที่นอนอยู่แล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นช้าๆ ในสภาพที่ยังคงเอาผ้าห่อตัวไว้ เรือนผมสีทองยุ่งเหยิง "ข้าวเช้าเสร็จหรือยังล่ะ? ทอจจิ"
"อืม" ร่างเพรียวพยักหน้ารับ "เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไปนะ"
"เออ"
ทอจจิ หรือ ชื่อเต็มๆว่าโทชิยะเดินออกไปจากห้องของคนที่เขาดูแลอยู่ เป็นเวลาเกือบสามเดือนแล้วที่เขาถูกว่าจ้างให้มาดูแลเคียว เด็กประหลาดในสายตาของเขาและก็คงอีกหลายๆคนที่พบเห็น
ครอบครัวของเคียวเคยเป็นครอบครัวปกติที่มีพ่อแม่และลูกชายอีกสามคน โดยเคียวเองเป็นน้องชายคนเล็ก แต่แล้วก็เกิดประสบอุบัติเหตุซึ่งทำให้ทั้งพ่อและแม่เสียชีวิตด้วยกันทั้งคู่ และพี่ชายทั้งสองก็อยู่ในสภาพเจ้าชายนิทรา...มีเพียงเคียวที่ไม่ได้นั่งรถไปด้วยวันนั้นรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด
...แต่มันก็ทำให้เขาต้องอยู่คนเดียว
เคียวเพิ่งจะเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย สมควรจะมีวันเวลาที่สนุกสนานอย่างวัยรุ่นทั่วๆไปแต่แล้วกลับต้องมาพบเจอกันเรื่องร้ายกาจอย่างนี้ แม้ว่ามรดกที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้จะมีมากพอที่เคียวสามารถใช้สอยและเรียนต่อถึงขั้นมหาวิทยาลัยอย่างสบายก็เถอะ แต่โทชิยะก็อดสงสารในชะตากรรมของเด็กหนุ่มร่างเล็กคนนี้ไม่ได้
ขณะที่กำลังเตรียมอาหารเช้าให้เคียวนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังก้องขึ้นไปทั่วบ้าน
"สวัสดีครับ" โทชิยะรับสาย "อะไรนะครับ!! ครับ ผมจะรีบพาเขาไปเดี๋ยวนี้"
"มีอะไรเหรอ? ทอจจิ" ร่างเล็กในชุดนักเรียนเดินลงมาจากบันได
"เคียว ทางโรงพยาบาลโทรมาบอกว่า พี่นายรู้สึกตัวแล้ว!!" ทอจจิบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
แววตาของเคียววาวขึ้นมาทันที แม้ว่าสีหน้าจะยังดูชาเฉยอยู่ก็ตาม "คนไหน?"
"เออ รู้จะเป็น...คนโต คาโอรุซัง!"
คราวนี้เองที่ใบหน้าของเคียวฉายแววดีใจขึ้นมาจริงๆ
"พี่คาโอรุ...งั้นเหรอ?"
+++++++++++++++++++++++++++++
...ฝันนั่น...ขอให้เป็นความฝัน เป็นความฝันตลอดกาล
ขอให้มันไม่มีทางเกิดขึ้นอีก ไม่มีทางก้าวพ้นเขตแดนแห่งความฝันไปได้
ผมจะฝังมันให้ลึก..ให้จมไว้ใต้ส่วนของก้นบึ้งแห่งจิตใจ
...และถ้าจะลืมไปได้ ผมก็ยินดี
+++++++++++++++++++++++++++++
"คาโอรุ!!"
ร่างเล็กของเด็กหนุ่มผมทองแทบจะโผเข้าหาคนที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าคมแม้จะดูซีดเซียวแต่รอยยิ้มอ่อนโยนที่มีให้เขาเสมอนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย
"...เคียว...ไม่สูงขึ้นเลยนะเราน่ะ"
"นายหลับไปแค่สามเดือนเอง ฉันจะสูงได้ไง" ร่างเล็กหัวเราะทั้งน้ำตา
"แค่สามเดือนเองเหรอ? แต่ฉันรู้สึกเหมือน...มันนานเหลือเกิน"
คาโอรุทอดสายตามองน้องชาย ฝ่ามือวางลงบนศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีทองพลางลูบเบาๆอย่างอ่อนโยน จนความอดทนที่เคียวพยายามทำตัวให้เข้มแข็งมาตลอดพังทลายลง ดวงตากลมโตสีดำพร่างพรูไปด้วยหยาดน้ำตา
"ไอ้พี่บ้า!ไอ้พี่บ้า! อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวอีกรู้ไหม!" ร่างเล็กโผลงซบข้างเตียงที่คาโอรุนอนอยู่
"พี่ขอโทษ" พี่ชายตอบเบาๆ "พี่จะไม่ทิ้งนายไปไหนอีกแล้ว"
"อืม...ฉันดีใจนะคาโอรุ" ร่างเล็กตอบด้วยเสียแผ่วไม่แพ้กัน "ที่คนที่ฟื้นขึ้นมาเป็นนาย..."
มือที่ลูบไล้เส้นผมละเอียดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ประกายแปลกประหลาดจะวูบขึ้นในดวงตาของคาโอรุโดยที่เคียวไม่เห็น
+++++++++++++++++++++++++++++
อีกด้านหนึ่ง....โทชิยะที่ปลีกตัวมาให้สองพี่น้องได้มีเวลาส่วนตัว กำลังเฝ้ามองร่างของใครบางคนที่นอนอยู่จากอีกด้านของกระจก
เครื่องช่วยหายใจ สายน้ำเกลือและท่อต่างๆระโยงระยางจนวุ่น นั่นคือสิ่งที่เชื่อมต่อร่างกายนี้ให้ยังคงหน่วงเหนี่ยวอยู่บนโลกมนุษย์ สถานที่แห่งการแย่งแช่งชิงดีและที่ให้กำเนิดบาปนานัปการ ใบหน้าคมที่เคยหล่อเหลาบัดนี้ซีดเชียวลงไปตามสุขภาพที่ค่อยเสื่อมถอยและยังคงประคองไว้บนเส้นด้าย สิ่งที่ยืนยันถึงการมีชีวิตอยู่นอกจากจะเป็นเสียงสัญญาณการเต้นของหัวใจแล้ว...
...เส้นผมสีแดงที่ยังคงงอกยาว
.....................................................................
"ฉันดีใจ...ที่คนฟื้นเป็นนาย.. ไม่ใช่หมอนั่น"
to be continued...
คราวที่แล้วทำไมแปลกๆ ตัวหนังสือโดดๆ แก้ใหม่ก็แล้วกันนะ
edit @ 2005/11/18 09:52:33










