FMA Fic : Factory of Confustion V
posted on 25 Feb 2006 13:26 by kuwari in FMA-Ficไม่พูดพล่ามทำเพลง ไปอ่านกันเล้ย~
*warning* YAOI and AU
Fullmetal Alchemist Fanficion vol.2
Factory of Confusion V
อัลฟอนส์ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขากลับมานอนที่ห้องตั้งแต่เมื่อไหร่? สมองของเขากลับมาทำงานอีกทีก็ตอนที่รู้สึกถึงไออุ่นจากดวงอาทิตย์ที่สาดเข้ามากระทบผิวร่างจากทางบานหน้าต่างที่เปิดอ้า ดวงตาสีน้ำตาลทองแหงนมองท้องฟ้าที่สดใสจนน่าโมโห มันช่างตัดกับอารมณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ดังฉั่วะเลยทีเดียว
*ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้องและจากนั้นอีกวินาทีก็มีอีกเสียงตามมา
คุณอัลฟอนส์คะ พันเอกให้เตรียมตัวได้แล้วค่ะ
เป็นเสียงของแม่บ้านที่รอยจ้างมาดูแลความเป็นอยู่ทั้งทำความสะอาดและทำอาหาร อัลฟอนส์ตะโกนบอกสั้นๆว่าเขาตื่นแล้วก่อนจะลุกขึ้นอย่างขี้เกียจ
...เสียงครางของพี่ยังคงก้องอยู่ในหู และมันสะท้อนเข้าไปสั่นในความรู้สึกเขา แม้จะไม่แน่ใจแต่เขาก็คิดว่าการที่พี่ยอมแต่งงานกับคนที่แสนเกลียดอย่างรอย มัสแตง ก็เพื่อใช้อำนาจของหมอนั่นช่วยให้เขาสามารถกลับมามีกายเนื้ออย่างมนุษย์ได้...
อัลฟอนส์ก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตัวเองก่อนจะกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ...เจ็บ...
ความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน มันเป็นแบบนี้นี่เอง....
...อย่างนี้ดีแล้วใช่ไหมครับ? พี่...
++++++++++++++++++++++++
ร่างสูงของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองที่เดินตามหลังชายหนุ่มผมดำเรียกสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนในศูนย์บัญชาการมากโข บ้างก็หันไปซุบซิบกันอย่างไม่เกรงใจแต่บ้างก็แค่แอบเหลือบมองเท่านั้น
อัลฟอนส์ไม่เคยรู้สึกอึดอัดเท่าครั้งนี้มาก่อน เขาตกเป็นเป้าสายตาเสมอๆตั้งแต่สมัยที่เป็นชุดเกราะแล้วแต่เพราะครั้งนี้เขามีร่างกายเป็นดั่งมนุษย์ปกติหรือเปล่า? ทำให้ความรู้สึกด้านชามันมีน้อยกว่าปกติ
รอยนำเขาเข้าไปในห้องทำงาน ที่ที่มีร่างของหญิงสาวผมทองกำลังจัดเอกสารอยู่ก่อนแล้ว
อรุณสวัสดิ์ค่ะ ผู้พัน อ๊ะ!! ริซ่าร้องอุทานเมื่อเห็นคนที่ตามมา อัลฟอนส์คุง...
รู้ว่าเป็นผมเหรอครับ? ผู้กอง อัลฟอนส์ถามอย่างประหลาดใจ
ก็ เอ่อ... ริซ่าอึกอักก่อนจะโพล่งขึ้นมา เธอคล้ายกับเอ็ดเวิร์ดมาก แล้วฉันก็เคยเห็นรูปตอนเด็กๆของเธอมาก่อนน่ะ
เตรียมเอกสารหรือยัง? ผู้กอง ผู้พันหนุ่มเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ
ค่ะ หญิงสาวรับคำก่อนจะส่งมันให้ชายหนุ่มที่เดินมานั่งยังโต๊ะประจำตำแหน่งเรียบร้อย
รอยกวาดสายตาอ่านเนื้อหาคร่าวๆก่อนที่ริมฝีปากจะกระตุกยิ้มด้วยความพอใจ
...ช่างเป็นรอยยิ้มที่น่ารังเกียจเสียจริงๆ...อัลฟอนส์คิดขณะที่นั่งลง
ไม่ไกลกันนักร้อยโทสาวเหลือบมองร่างของเด็กหนุ่มอยู่เงียบๆ ด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความกังวลใจ...
++++++++++++++++++++++++
ร่างเล็กผมทองวิ่งกระหืดกระหอบมายังศูนย์บัญชาการ วันนี้เขาตื่นสายเนื่องจากความเหนื่อยล้าจากเมื่อวานทำให้ไม่ได้ออกมาพร้อมกับรอย
เอ็ดเวิร์ดอยากจะชกหน้าตัวเองซักล้านครั้ง เขาไม่นึกเลยว่ารอยจะพาอัลฟอนส์มาที่ศูนย์บัญชาการในวันนี้ ตามที่ตกลงกันไว้ เรื่องนี้มันควรจะเกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้อธิบายเรื่องทั้งหมดกับอัลก่อนนี่นา และจำเพาะต้องพามาวันนี้ วันที่เขาตื่นสายเนี่ยนะ...
ถ้าอัลรู้...เอ็ดเวิร์ดคิดอย่างหวาดกลัว ถ้าอัลรู้เรื่องก่อนที่เขาจะได้เป็นคนอธิบาย มันจะเป็นยังไง? เขาพยายามบ่ายเบี่ยงทุกครั้งที่น้องชายถามคำถามเพราะยังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้ว่าทั้งหมดจะเป็นความคิดของเขาก็เถอะ ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากที่จะเป็นคนบอกทุกอย่างอยู่ดี
กลัวเหลือเกิน กลัวว่าน้องจะเกลียด ...แต่เอ็ดเวิร์ดก็ไม่เห็นหนทางอื่นแล้วที่จะให้น้องชายที่เขารักยิ่งกว่าชีวิตตัวเองให้กลับมาสู่ร่างเดิม เขาปวดร้าวเมื่อเห็นน้องจ้องมองตอนที่เขากินอาหาร เขาเจ็บปวดเมื่อตื่นขึ้นกลางดึกและเห็นน้องนั่งเงียบๆอยู่คนเดียวท่ามกลางแสงจันทร์
...ไม่ว่าจะเป็นทางไหน? เขาก็ต้องให้อัลกลับมาเป็นมนุษย์ให้ได้
...แม้ว่าอัลจะเกลียดเขาก็ตาม...
++++++++++++++++++++++++
ภายในห้องประชุมเล็กของศูนย์บัญชาการตะวันออก อัลฟอนส์ เอลริคกำลังเผชิญหน้ากับคนกลุ่มหนึ่งโดยการพามาของผู้พันหนุ่ม
เด็กคนนี้น่ะรึ? มัสแตง ชายวัยกลางคนในชุดทหารกล่าวพลางพิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้า
ใช่ครับ น้ำเสียงที่ตอบมันช่างไม่น่าฟังเอาซะเลย อัลฟอนส์ได้แต่มองอย่างงงๆเมื่อคนเหล่านั้นพากันจ้องดูเขา
ผู้พัน เด็กหนุ่มหันไปมองหน้าอีกฝ่ายเพื่อต้องการคำตอบ แต่รอยก็ได้แต่ยิ้มจางๆ
เยี่ยมมาก เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ ชายอีกคนเอ่ยขึ้น สร้างได้เยี่ยมทีเดียว
อัลฟอนส์ขมวดคิ้วกับคำพูดเหล่านั้นแล้วก็ต้องตกใจเมื่อคนหนึ่งในนั้นยกแขนของเขาขึ้นดู
แล้วคนสร้างล่ะ?
หมายถึงคนพี่ใช่ไหมครับ? เดี๋ยวเขาก็คงมาที่นี่ ผู้พันหนุ่มตอบพลางหัวเราะในลำคอ เขากำลังนึกถึงร่างเล็กๆที่กกกอดไปเมื่อคืน พอตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้คงแทบอยากเป็นบ้าเลยสินะ...เอ็ดเวิร์ด ถ้าเธอรู้ว่าฉันพาน้องชายมายังที่นี่น่ะ
แต่อัลฟอนส์กลับขมวดคิ้วหนักขึ้นในความไม่เข้าใจกับสิ่งที่พวกนั้นพูด อะไร? ใครสร้าง? หมายถึงการที่พี่ใช้ศิลานักปราชญ์หรืออะไรซักอย่างเรียกร่างของเขาให้กลับมาอย่างนั้นน่ะเหรอ? แล้วทำไมเขาถึงต้องมาพบกับคนพวกนี้ด้วย??
บรรดานักวิจัยของกองทัพยังคงดูร่างกายของเขาแต่อัลฟอนส์ชักไม่สนุกด้วยแล้ว เขาหันไปมองพ่อบุญธรรมที่ยืนยิ้มละไมได้กวนโทโสยิ่ง
นี่มันเรื่องอะไรกัน? ผู้พัน!!??
อ้าว เธอยังไม่ได้บอกเขาอีกเหรอ? มัสแตง หนึ่งในนักวิจัยพูดขึ้น
ยังหรอกครับ ผมกะจะให้ประหลาดใจนิดหน่อย
ผู้พันหนุ่มเดินไปหยิบเอกสารปึกหนึ่งจากบนโต๊ะและตรงเข้ามายื่นให้ต่อหน้าอัลฟอนส์ซึ่งรับมาอย่างงงๆ
...แล้วเขาก็เริ่มอ่าน
ข้อตกลงในการสร้างร่างมนุษย์ รายงานโดย นักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหล เอ็ดเวิร์ด เอลริค.....................
เด็กหนุ่มร่างสูงเบิกตากว้างหลังจากกวาดสายตาอ่านเอกสารในมือ ทุกความหมายที่แฝงอยู่ในทุกตัวอักษรนั้นไม่เพียงแค่ปักเข้าไปในสมองแต่มันตีตราลงไปในความรู้สึกลึกยิ่งกว่าหัวใจ เข้าปั่นป่วนวิญญาณให้ไหลพล่านราวกับเมื่อครั้งอยู่ในชุดเกราะ
...นี่เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้น...ร่างกายของเขา................
++++++++++++++++++
ในที่สุดเอ็ดเวิร์ดก็มาถึงศูนย์บัญชาการจนได้ เขารีบวิ่งขึ้นไปยังห้องทำงานประจำตำแหน่งพันเอกของรอย มัสแตงก่อนที่จะผลักบานประตูเข้าไปอย่างไม่คำนึงถึงคำว่ามารยาท
ผู้พัน!!
ในห้องไม่ได้มีร่างของชายหนุ่มผมดำหน้าตากวนโอ๊ยที่เขาต้องการพบ แต่มันร้ายกาจกว่านั้น...เพราะคนที่กำลังนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ประจำตำแหน่งของรอยกลับเป็นคนที่เขายังไม่พร้อมจะเจอตอนนี้...อัลฟอนส์ เอลริค
...น้องชายที่เกิดจากเซลล์ของเขาเอง...
อัล...
เอ็ดเวิร์ดชะงักแล้วหัวใจก็กระตุกวูบลงไปกองแทบเท้า ในมือของอัลมีเอกสารอยู่ปึกหนึ่งซึ่งเขาก็แน่ใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่านั่นคือเอกสารที่เขาร่างขึ้นมาและลงชื่อกำกับด้วยตนเอง มันไม่ใช่รายงานแม้ว่าหัวข้อจะเป็นอย่างนั้น เพราะสำหรับเอ็ดเวิร์ดแล้วมันคือสัญญา
...สัญญาที่กระทำกับซาตาน...
อัล
อัลฟอนส์เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงมาหาเขา ร่างสูงกว่าโยนปึกกระดาษลงบนพื้นตรงหน้า
นี่ใช่ไหมครับ? ที่พี่เลี่ยงไม่ตอบคำถามผมมาตลอด
อัล ฟังพี่ก่อนนะ พี่ก็ตั้งใจจะบอกนาย.......อ๊ะ!
"นี่เป็นความจริงเหรอครับ? พี่" เด็กหนุ่มตรงเข้าจับแขนสองข้างของพี่ชาย แรงบีบนั้นทำเอาเอ็ดเวิร์ดนิ่วหน้าเพราะความเจ็บ
"อัล...พี่เจ็บ"
"บอกผมมาก่อนสิว่าไม่จริง!! พี่แลกเปลี่ยนมัน พี่แลกมันกับ....พี่ทำอย่างนี้กับผมได้ยังไง!!!!!!"
เอ็ดเวิร์ดสะดุ้ง ตลอดเวลา 15 ปีที่ผ่านมา น้องชายไม่เคยเลยที่จะขึ้นเสียงกับเขา แทบจะนับครั้งได้เลยด้วยซ้ำ
แต่จนบัดนี้ เอ็ดเวิร์ด เอลริคเริ่มไม่แน่ใจแล้ว...แม้ใบหน้าจะละม้าย แต่ร่างกายที่เติบโตขึ้น กับนิสัยบางอย่างที่พัฒนาการ มันทำให้คนตรงหน้าเปลี่ยนเป็นชายแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก บางที...บางที...
...นี่อาจจะไม่ใช่น้องชายของเขา............
++++++++++++++++++++++++
........................อาทิตย์ที่แล้ว
อะไรกันเนี่ย? ไม่มีทางเลยเหรอไง!!!!!!!!!!?
ร่างเล็กผมทองตะโกนอย่างโมโหอยู่ในห้องส่วนตัว เขาค้นคว้าทฤษฎีการหลอมมนุษย์ เรื่องของศิลานักปราชญ์จนแทบคลั่ง เพื่อหาหนทางในการคืนร่างมนุษย์กับน้องชาย น้องชายเพียงคนเดียวที่เขารักยิ่งกว่าสิ่งใด...
คิดถึงตรงนี้เอ็ดเวิร์ดก็รู้สึกเจ็บปวด เขารู้ตัวว่าตัวเองรักน้องชายเกินกว่าที่พี่คนหนึ่งจะรักได้ ในตอนนั้น...ที่เขาต้องการคืนชีพให้กับแม่ก็เพราะทนไม่ได้ที่จะเห็นอัลโศกเศร้าเสียใจ ไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์มันจะร้ายแรงกว่าเก่า อัลต้องเสียร่างกายไปทั้งหมดและต้องทรมานทั้งเป็นอยู่ในชุดเกราะก็เป็นเพราะเขาแท้ๆ
บางครั้งเอ็ดเวิร์ดก็คิด...ถ้าเขาไม่หลอมวิญญาณน้องชายขึ้นมา และปล่อยให้ไปอยู่กับแม่ที่โลกหน้าอย่างมีความสุข ไม่ต้องมาทุกข์ทนอยู่อย่างนี้จะดีกว่าหรือเปล่า?
แต่ถึงอย่างนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ยังเห็นแก่ตัว เขาต้องการให้อัลอยู่เคียงข้างไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม จึงได้ทำการอุกอาจแบบนี้ลงไป หลอมวิญญาณน้องชายเพื่อมาใส่ในชุดเกราะ...โดยที่หวังแค่อยากจะอยู่ด้วยกันแท้ๆ
เอ็ดเวิร์ดรู้สึกผิด ดังนั้นเขาจึงต้องหาทางอย่างสุดความสามารถเพื่อคืนร่างให้น้อง ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ใช่....
...ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม...
ลมพัดเข้ามาทางหน้าต่าง พลิกหน้าหนึ่งจากหนังสือที่เปิดค้างไว้ให้กางออก ดวงตาสีทองสะดุดกับข้อความหนึ่ง
.....การสร้างร่างกายมนุษย์โดยสกัดการเซลล์ของมนุษย์ด้วยกัน...
เอ็ดเวิร์ดกระโจนเข้าไปอ่าน แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้าง...มันเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งที่สามารถสร้างร่างกายของสิ่งมีชีวิตโดยสกัดจากสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวกัน สิ่งมีชีวิตที่ได้จะมี DNA เหมือนกันต้นแบบและรูปลักษณ์คล้ายกัน เพียงแต่ปัญหาอยู่ที่ตอนนี้ไม่สามารถทำให้สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นลืมตาตื่นและมีชีวิตจิตใจ มีแต่เพียงระบบร่างกายเท่านั้นที่สามารถทำงานได้...
ร่างเล็กคิดไปถึงทฤษฎีการเล่นแร่แปรธาตุและการหลอมวิญญาณ หากเขาสร้างร่างของอัลโดยใช้เซลล์จากตัวเขาเองและย้ายวิญญาณเข้ามาล่ะ? ...บางทีมันอาจเป็นไปได้ก็ได้
แต่การทดลองนี้สามารถทำได้โดยผู้ที่มียศสูงๆอย่างพันเอกขึ้นไปเท่านั้น หรือไม่ก็ต้องเกี่ยวดองเป็นครอบครัว
พันเอกคนเดียวที่เอ็ดรู้จัก....
...รอย มัสแตง...
.....................................
............................................
เอ็ดเวิร์ดเข้าพบกับผู้พันในวันรุ่งขึ้นและเอ่ยถึงทฤษฎีของเขา
เอาล่ะ รอยเอ่ยขึ้นพลางกระตุกยิ้ม งั้นเธอต้องการให้ฉันทำยังไง? รับเธอเป็นครอบครัวงั้นเหรอ?
ก็ใช้วิธีอะไรก็ได้ ให้ผมใช้นามสกุลเดียวกับคุณ ร่างเล็กกัดฟัน ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากขอร้องคนคนนี้นักหรอก
ถ้าฉันช่วยเธอ รอยลุกขึ้นยืน แล้วฉันจะได้อะไรล่ะ? เจ้าเหล็ก การเล่นแร่แปรธาตุมีกฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันไม่ใช่เหรอ?
แล้วคุณต้องการอะไร?
พันเอกหนุ่มสาวเท้าเข้ามาใกล้ และหยุดยืนห่างจากร่างเล็กๆไม่กี่เซ็นต์ ดวงตาเล็กเรียวสีดำพิจารณาใบหน้าขาวนวลนั้นอย่างพอใจก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
ไหนๆเธอก็ต้องอ้างชื่อฉันแล้ว ดังนั้นถ้าฉันจะขอนำเสนอผลงานนั้นเพื่อเป็นการก้าวไปสู่จุดสูงขึ้น เธอคงไม่ว่าอะไร
แต่ถ้าอย่างนั้น........
ฉันไม่ทำให้เธอและอัลฟอนส์เดือดร้อนหรอกน่า รอยว่า และก็อีกอย่าง....
มันเกินแล้วนะอ๊ะ! เอ็ดเวิร์ดประท้วงแล้วเขาก็ต้องร้องขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อถูกแขนแข็งแรงกวาดเข้าไปในอ้อมกอด
เธอต้องแต่งงานกับฉัน และรับอัลฟอนส์เป็นลูกบุญธรรม นี่เป็นวิธีที่จะให้เธอเข้าใช้ห้องวิจัยที่นั่นได้
ดวงตาสีทองเบิกกว้างลืมขัดขืนไปชั่วอึดใจ แต่งงาน...กับคุณ...
ใช่ รอยยิ้มรับโดยที่ยังไม่ปล่อยร่างเล็กออกจากวงแขน นี่เป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด ไม่ต้องห่วงหรอกที่นี่การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันไม่เป็นปัญหา
เอ็ดเวิร์ดกัดฟันยังไงเขาก็ต้องยอมรับ เพราะนี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยน้องชายเขาได้ ใช่...เพื่ออัล พี่ยอมแลกกับทุกอย่างได้เสมอ...
...แม้ว่าจะต้อง...
ตกลงตามนี้
เอ็ดเวิร์ดเงยหน้ารับริมฝีปากที่แนบลงมาของชายหนุ่มหลับตาแน่นพยายามบังคับจิตใจที่อยากจะผลักไสออกไปอย่างสุดความสามารถ เขายอมแลกได้ทุกอย่าง...
...แม้ว่าจะต้องตกนรกทั้งเป็น...
to be con
++++++++++++++++++++++++
Talk Talk
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เป็นยังไงกันบ้างคะ หลุดโลกสมกับเป็น AU ใช่ไหม? ตรงกับที่หลายๆคนคิดไว้หรือเปล่านะ
เรื่องมันก็คลายๆแล้วล่ะค่ะ จะเห็นว่าทฤษฎีที่คุวาริใช้นั่นคือ "การโคลนนิ่ง" นั่นเอง แต่เนื่องจากว่าคุวาริรีบเลยไม่ได้หาข้อมูลเรื่องนี้เลย ก็เลยมั่วเอาแลเลยนะต้องขอโทษด้วยจริงๆ เพราะปกติคุวาริจะพยายามอุดช่องให้ได้ แต่คราวนี้มันยุ่งๆอะ ไม่ค่อยมีเวลาเลย บวกกับเรื่องนี้มันฟิกนี่นา ก็อ่านเอาหนุกๆละกันนะตัวเอง
อีกอย่างมีคำถามว่าหากเรื่องนี้จะมีการรวมเล่มในอนาคต มีคนสนใจไหมคะ? แน่นอนว่าจะเอามารีไรท์ใหม่และอาจมีตอนพิเศษแถมด้วย ยังไงก็ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยนะ
ช่วงนี้คุวาริไม่ค่อยว่างมากๆค่ะ อีกทั้งไม่สบายค่อยข้างบ่อยเป็นแบบวันเว้นวันเลยทีเดียว เลยอาจไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนเพื่อนๆตามบล๊อคเลย ต้องขอโทษด้วยนะคะ
ขอขอบคุณกับทุกคอมเมนท์มากๆเลยค่ะ ขอบคุณจริงๆ
edit @ 2006/02/25 13:30:08










