Reborn Fic : The Day after Tomorrow 3 [805918]

posted on 01 Jun 2013 19:23 by kuwari in KHR-Fic
 
ดีจ้า~
 
 
ลืมมาลงค่ะ ฮา
 
 
อย่าเพิ่งโกรธก๊กคุงกับท่านฮินะ แต่เขาทำมันมีเหตุผล
 
 
ยังไงก็ลองอ่านดูค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
Title : The Day after Tomorrow

Pairing : 8059 , 1859

Rate : PG-15



CHAPTER 3


..............................


เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้องทำงานของเจ้าแห่งนภา ผู้อยู่ข้างในเผลอสะดุ้งเฮือกขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

"เอ่อ...เข้ามาสิ"

"ขออนุญาตครับ รุ่นที่สิบ"

ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าคนที่มาเคาะประตูคือมือขวาข้างกาย ใบหน้ายิ้มแย้มของสึนะโยชิพลันแปรเปลี่ยนเป็นซีดสนิททันทีเมื่อเห็นว่าใครและใครเดินตามหลังเจ้าของเรือนผมสีเงินเข้ามาในห้อง

"อรุณสวัสดิ์ครับ" โกคุเดระก้มหัวยิ้มแย้มทักทายเขาเมื่อเดินมาถึงหน้าโต๊ะทำงาน "เอกสารวันนี้ครับ"

"อื้อ....อะ....อรุณสวัสดิ์ โกคุเดระคุง" สึนะปรายตาไปยังด้านหลังที่มีออร่าดำทะมึนแผ่ซ่าน "กลับมาแล้วหรือครับ? คุณฮิบาริ"

"ก็มาให้เห็นซักหน่อยว่าทุกอย่างไม่มีปัญหาล่ะนะ" ร่างสูงโปร่งมองเหยียดแบบที่ตัวเองเป็น "ว่าแต่....เจ้านั่น.........."

".........ง่า................." รู้สึกว่าน้ำลายจะเหนียวฝืดคอขึ้นมาทันที สึนะมองไปยังเด็กหนุ่มผู้มาจากอดีตซึ่งบัดนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวเสียแล้ว "คือ...เกิดเหตุผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย ทำให้ยามาโมโตะถูกสับตัวมาจากอดีตเมื่อหกปีก่อนน่ะครับ"

"อ้อ งานทดลองงี่เง่าของเจ้าสัตว์กินพืชบ้าเครื่องกลสินะ" ฮิบาริคงหมายถึงจางนินี...สึนะคิด

"เอ๋? หกปีก่อน?" โกคุเดระที่กำลังจัดเอกสารบนโต๊ะทำงานของสึนะเงยหน้าขึ้นมาถามด้วยโทนเสียงสูง และวินาทีนั้นเองที่ทุกคนหันขวับไปหาร่างบางนั้นทันที


ยามาโมโตะรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด จากบรรยากาศสบายๆในห้องทำงานหรูหรากลับกลายเป็นเย็นยะเยือกอย่างไร้สาเหตุ ความกดดันที่มองไม่เห็นรวมตัวลอยขึ้นปกคลุมเหนือหัว แผ่ซ่านกระจายแตะต้องตามร่างกายจนรู้สึกอึดอัด บางที....


....คนพวกนี้อาจจะมีอะไรปิดบังเขาอยู่ก็เป็นได้?


"จริงเหรอ? ที่ว่า...นายมาจากหกปีก่อน" ดูเหมือนว่าโกคุเดระจะเป็นคนเดียวที่ไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปนี้ ชายหนุ่มร่างบางหันขวับมาทางเขา

"อืม..." ยามาโมโตะพยักหน้ารู้สึกแหม่งๆกับคำพูดคำจาของอีกฝ่ายที่ดูจะเรียบร้อยผิดปกติ "ใช่ ฤดูร้อนเมื่อหกปีก่อน"

"งั้น........."

"โก...โกคุเดระคุง!" จู่ๆสึนะก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่และตะโกนเรียกชื่อมือขวาของเขา

"ครับ? รุ่นที่สิบ"

"คือฉัน...อยากดื่มชาที่นายชงน่ะ ช่วยเอามาให้หน่อยสิ นะ..." ดวงตาสีน้ำตาลทำประกายออดอ้อน "เอาเอสเปรสโซ่ให้รีบอร์นด้วยนะ หมอนั่นบอกว่าไปกินที่ไหนก็สู้ที่นายทำไม่ได้ซักที" อ้างคนที่นั่งหัวโด่อยู่ไกลๆเสร็จสรรพ

แต่ยามาโมโตะที่ยืนฟังอยู่เงียบๆยิ่งรู้สึกประหลาดใจ ชงชา? ...กาแฟ?.....โกคุเดระเนี่ยนะ?

"ถ้ารุ่นที่สิบว่าอย่างนั้น ก็ได้ครับ" ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มก่อนจะหันไปหาคนที่ยังคงยืนทะมึนอยู่ "เคียวยะเอาชาญี่ปุ่นสินะ"

"รู้ใจฉันอยู่แล้วนี่" ถึงปากจะพูดอย่างนั้น แต่ทิศทางที่สายตาของผู้พิทักษ์แห่งเมฆาจับจ้องไปกลับเป็นเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ ไม่ผิดแน่...หมอนั่นกำลังเยาะเย้ยเรา ยามาโมโตะกำหมัดแน่นแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อหน้าสวยที่กำลังจะเดินผ่านเขาไปก้มลงมาใกล้ๆ "ยามาโมโตะล่ะ?"

"หา?" เลือดฉีดขึ้นใบหน้าโดยไม่มีสาเหตุ เจ้าของชื่อเผลออ้าปากค้างอย่างตกใจ "...ฉัน?"

"จะเอาอะไร? จะได้ยกมาทีเดียว เอานมละกันนะ เป็นเด็กกินคาเฟอีนมันไม่ดีน่ะ"


ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ...รอยยิ้มอ่อนโยนเสริมให้หน้าหวานดูละมุนละไมเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ยามาโมโตะได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆโชยจากร่างบาง แม้เมื่ออีกฝ่ายเดินออกนอกประตูไปแล้ว กลิ่นนั้นก็ยังคงลอยวนอ้อยอิ่งอยู่ในมวลอากาศแถวนั้นจนกระทั่งมันซึมผ่านผิวหนังและแทรกเข้าไปเก็บตัวอยู่ในซอกหลืบลึกของหัวใจ...


...ถึงอย่างนั้น...มันก็ช่างเหลือเชื่อจนเกินกว่าจะเรียกได้ว่าปกติ จะว่าเพราะเวลาที่ผ่านไปทำให้โกคุเดระเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ เพราะนี่...มันราวกับว่ากลายเป็นคนละคนอย่างนั้นเสียมากกว่า เสมือนหนึ่งว่าโกคุเดระที่อยู่ตรงกันข้ามกับโกคุเดระที่เขารู้จัก ทลายกำแพงแห่งตัวตนและออกมาสู่โลกกว้างแทนอีกฝั่งอย่างนั้นแหละ


บอสแห่งวองโกเล่มองร่างของเพื่อนสนิทเมื่อหกปีที่แล้วด้วยสีหน้าลำบากใจ เหลือบมองอีกคนก็ยิ่งให้ใจหล่นตุ้บลงไปตายอยู่แถวนั้น ครั้นจะเหลียวหาให้รีบอร์นช่วย เจ้านั่นดันหลับซะนี่!

"จะบอกหมอนั่นหรือไม่มันแล้วแต่นายจะตัดสินใจ ฉันไม่ชอบยุ่งกับเรื่องพวกนี้ ไปล่ะ"

ฮิบาริพูดขึ้นหลังจากดูท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นอยู่นานด้วยความรำคาญลูกตา ร่างสูงพูดขึ้นด้วยโทนเสียงต่ำๆไม่ยินดียินร้ายก่อนจะเดินฉับๆตรงไปยังประตู

"เดี๋ยว! ฮิบาริ" ชื่อที่ถูกเรียกไว้หยุดการลอยเลื่อนของเมฆา ฮิบาริได้แต่เพียงนิ่งอยู่หน้าทางออกไปจากห้องแต่ไม่ได้พูดอะไร

"นายยังไม่ได้ตอบฉันเรื่องนี้เลยนะ" ยามาโมโตะพูดกับอีกฝ่าย

"เจ้านั่นจะบอกนายเอง"

บานประตูปิดลงพร้อมกับระเบิดที่ถูกโยนใส่ สึนะยิ่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกหนักขึ้น ถึงแม้มันจะเป็นหน้าที่ที่เขาสมควรทำจริงๆแต่มันก็ใช่ว่าจะพูดออกมาได้ง่ายๆ


"สึนะ" ยามาโมโตะหันมาหาคนที่ยืนอยู่ "ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"


........................

...................................


....กลีบดอกซากุระสีขาวอมชมพูลอยล่องกลางท้องฟ้าสีใส เสียงหัวเราะ ร้องไห้คละเคล้ากันไปในบรรยากาศ พิธีจบการศึกษาของโรงเรียนมัธยมปลายนามิโมริเพิ่งจะเสร็จสิ้นลง


"...โทษทีๆ กว่าจะหลุดมาได้ แทบแย่แน่ะ ฮะๆๆๆ" ชายหนุ่มผมสั้นสีดำผู้มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแต่งแต้มใบหน้าอยู่เป็นนิจ กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเพื่อนอีกสองคนที่ยืนรออยู่

"ยามาโมโตะ โดนสาวๆรุมขอกระดุมเม็ดที่สองล่ะสิ น่าอิจฉาจังน๊า~" ชายหนุ่มร่างเล็กเจ้าของผมสีน้ำตาลชี้ฟูและใบหน้าน่ารักพูดขึ้น

"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า" ยามาโมโตะหัวเราะก่อนที่จะเบนสายตาไปยังชายหนุ่มร่างเพรียวบางอีกคนที่ยืนคิ้วขมวดอยู่ "โกคุเดระสิยิ่งกว่าฉันอีก"

"เชอะ! ใครจะไปเด่นดังเท่าว่าที่นักกีฬาส่งออกอย่างแกล่ะ ไอ้สมองถั่ว" คนที่ถูกพาดพิงเหยียดตามอง

จากบรรยากาศดีๆเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นอึมครึมในชั่วพริบตา สึนะโยชิก็ได้แต่มองไปทางซ้ายทีขวาทีอย่างรู้สึกอึดอัดใจ เขารู้อยู่ว่าเพื่อนสนิททั้งคู่คบหากันมาได้ระยะเวลานานแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์จะไปไม่ค่อยรอดเท่าไหร่ ต่างฝ่ายต่างก็ปิดบังความรู้สึกลึกๆเอาไว้ ไม่มีใครกล้าแสดงออกถึงความต้องการให้ได้รับรู้ ยิ่งนานวันเข้า...การไม่พูดในสิ่งที่ค้างคาก็ยิ่งทำให้เยื่อบางๆแห่งความไม่เข้าใจยิ่งทักทอกว้างออกไปจนแทบจะคลุมทุกอย่างเอาไว้จนมิด


...ทั้งๆที่ดูก็รู้ว่าต่างฝ่ายต่างก็รักกันมากแท้ๆ แต่ถ้าไม่หันหน้าเข้าหากัน แล้วความรักนั้นจะมีประโยชน์อะไร? ...สึนะโยชิคิด


"นี่ แกน่ะ..." โกคุเดระเรียกด้วยเสียงห้วน "แกจะไปเล่นไอ้เมเจอร์ ลีกบ้าบอนั่นจริงๆเรอะ?"

ทั้งๆที่เป็นคำถามง่ายๆแท้ๆ แต่คำตอบกลับหนืดฝืดคอและพรากรอยยิ้มอันตรธานไปจากใบหน้าที่เคยสดใสเสมอได้ทันที

"อึ...อืม........" ยามาโมโตะพยักหน้า "โค้ชบอกว่ามันเป็นโอกาสที่ดี ก็เลย....."

"แล้วท่านรุ่นที่สิบล่ะ? แล้ววองโกเล่ล่ะ? แกกล้าทิ้งมันไปได้ยังไง!?" มือเรียวกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย "แกทิ้งฉันไปฉันไม่ว่า แต่แกกล้าทิ้งคำสัญญาที่ว่าจะปกป้องรุ่นที่สิบงั้นเรอะ!!??"

"ฉัน....." ดวงตาสีน้ำตาลเบือนหลบไม่กล้าที่จะสบกับดวงตาสีเขียวมรกตฉายแววเจ็บช้ำที่มองมา เขารู้....ที่บอกว่าไม่รู้สึกอะไรนั้นเป็นคำโกหก แต่ถ้านายพูดซักนิดว่าไม่ให้ฉันไป ฉันก็พร้อมที่จะยอมทำตามนั้น...


...เพียงแต่นายไม่พูด นายไม่เคยพูดเลย...


"ยะ....อย่ามีเรื่องกันน่ะ โกคุเดระคุง ยามาโมโตะ" สึนะโยชิเห็นท่าไม่ดีจึงรีบห้ามปราม "ถ้ายามาโมโตะตัดสินใจแล้วก็ควรจะแสดงความยินดีนะ แต่ความจริง...ฉันก็ไม่ค่อยอยากให้นายไปนักหรอก"

ยามาโมโตะมองเพื่อนรักร่างเล็กของเขา ทำไมประโยคที่เขาต้องการฟังมันถึงไม่ได้มาจากปากของคนที่อยากให้พูดมากที่สุดล่ะ? ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่ยอมปล่อยคอเสื้อเขาอย่างเสียไม่ได้ ใบหน้าหวานยังคงบึ้งตึงหงุดหงิดแบบเดิม

"...ชิ...ไม่ต้องห้ามมันหรอกครับ ถ้าอยากจะไปนักก็ปล่อยมันไปเถอะ"

"ฉันก็ไปแค่ปีเดียวเท่านั้นแหละ เดี๋ยวก็มาแล้ว"

"นะ...นั่นสินะ..." สึนะพยักหน้า

"เชอะ พอกลับมา เขาก็ลืมไอ้บ้าเบสบอลสมองถั่วอย่างแกไปหมดแล้วล่ะ"

"ฮะๆๆๆ ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?"


........


.......สุดท้าย สิ่งที่ยามาโมโตะทำได้คือการทำอะไรที่ตรงข้ามกับใจอีกครั้ง เอาเถอะ...


เพราะชอบการเล่นเบสบอลมาก ดังนั้นเมื่อเขามีโอกาสไปเข้าร่วมทีมแข่งลีกใหญ่ที่อเมริกาซึ่งเป็นที่ที่นักเบสบอลมืออาชีพทุกคนใฝ่ฝันถึง จึงยากที่จะปฏิเสธ


และเพราะชอบการเล่นเป็นมาเฟียเช่นกัน ดังนั้นเมื่อได้รับตำแหน่งเป็นผู้พิทักษ์แห่งพิรุณเขาจึงมุ่งมั่นในการฝึกดาบ


แต่ทั้งหมดนั่นเพราะเขารักโกคุเดระมากกว่า หากว่าคนตรงหน้าบอกให้เขาเลิกทุกอย่างนั้นเขาก็พร้อมที่จะทำตาม


...แต่โกคุเดระก็ไม่เคยพูดสิ่งที่ต้องการเลยแม้แต่ครั้งเดียว...ไม่เคยเหนี่ยวรั้งเขาไว้ ไม่เคยเรียกร้องความสนใจ


หรือเป็นเพราะเขาเองที่วนเวียนอยู่ข้างกายตลอดเวลา โกคุเดระก็เลยไม่คิดที่จะแสดงความรู้สึก


...ดังนั้น...


เขาจะขอจากไปซักพัก อย่างน้อย....เมื่อเขากลับมา...


...โกคุเดระอาจจะเปลี่ยนไป


ยามาโมโตะคิดอย่างนั้น ขณะที่มองใบหน้าหวานงอง้ำ


โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เขาต้องการนั้น...มันจะกลายเป็นความจริง


...แต่มันเป็นความจริงที่โหดร้ายเสียเหลือเกิน


.........................

......................................


"....หลังจากนั้น" สึนะโยชิพูดเสียงเบา "หลังจากที่นายไปอเมริกาได้ประมาณ 2 เดือน โกคุเดระคุงก็ประสบอุบัติเหตุ..."


ยามาโมโตะได้แต่นั่งนิ่งฟังสิ่งที่เพื่อนของเขาเล่าเรื่องที่ผ่านมาเมื่อสี่ปีก่อน

"บาดแผลภายนอกไม่เป็นอะไรมาก แต่เขาหลับไปถึงหนึ่งเดือนเต็มๆ และพอฟื้นขึ้นมา ความทรงจำของเขาก็ขาดๆหายๆ จำเรื่องของตัวเองได้คร่าวๆ จำเรื่องของวองโกเล่ได้ แต่ว่า...." สึนะหยุดเว้นช่วง "...เรื่องของนายเท่านั้นที่ลืมไปจนหมดสิ้น"

ประโยคนั้นราวกับมีดกรีดลงไปในใจของคนฟัง การที่ลืมแต่เรื่องของเขานั่นหมายถึงปฏิเสธเรื่องของตัวเขาอย่างนั้นเหรอ?

"ว่าไงนะ..."

"นอกจากนี้ บุคคลิกภาพก็เปลี่ยนไปด้วย เหมือนว่าสมองกระทบกระเทือนนิสัยก็เลยเปลี่ยนไปก็เป็น....เป็นอย่างที่นายเห็นนี่แหละ"

ยามาโมโตะคิดถึงรอยยิ้มอ่อนโยนและกิริยานุ่มนวลนั้น ใช่แล้ว ที่เขารู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกเป็นเพราะแบบนี้นี่เอง โกคุเดระสลับอีกตัวตนหนึ่งของตนออกมาเพื่อเผชิญกับโลกที่ตัวเองไม่ยอมรับ ราวกับว่า...นี่เป็น กลไกในการปกป้องตัวเองงั้นเหรอ?

"ยามาโมโตะ" สึนะเรียกเมื่อเห็นว่าเพื่อนหนุ่มผู้มาจากอดีตเงียบไป

"ช๊อคไปแล้วมั้ง?" รีบอร์นที่ตื่นแล้วนั่งฟังอยู่ด้วยพูดขึ้น "นี่ขนาดยังรู้ไม่หมดนะ"

"หา?..." เด็กหนุ่มร่างสูงเงยหน้าขึ้นทันที "พวกนายยังมีอะไรอีก จริงสิ! ฮิบาริ หมอนั่น...."

"ง่า......." ดวงตากลมโตเหล่มองอาจารย์พิเศษของตนแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ช่วยอะไรเลย "คุณฮิบาริ....เค้า....เข้ามาช่วยดูแลโกคุเดระคุงตอนเข้าโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าเขาจะสนใจโกคุเดระคุงมาตั้งนานแล้วล่ะนะ ก็เลย........หวา........." บอสแห่งวองโกเล่ร้องเมื่อเห็นใบหน้าขึ้งเครียดและมือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อนั้น

"ยามาโมโตะ นายอย่าโกรธโกคุเดระคุงเลยนะ เขาไม่รู้ว่าคบกับนายอยู่ก็เลยตกลงคบกับคุณฮิบาริไปน่ะ"

"ฉันจะไปโกรธโกคุเดระได้ยังไง? สึนะ"  ยามาโมโตะเงยหน้าที่ดูยังไงก็รู้ว่าฝืนยิ้มขึ้นมา "แต่ฉันอยากรู้ว่าตัวฉันเองมัวทำอะไรอยู่? นี่มันผ่านไปตั้งเกือบสองปีแล้วไม่ใช่หรือไง? มันน่าจะอยู่ที่นี่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ เพราะตัวฉันเองก็มาโผล่ที่นี่นี่!"

"เรื่องนั้นน่ะ...." สึนะโยชิพึมพัม "....พวกฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ยามาโมโตะ...ว่าทำไมนายถึงไม่บอกความจริงกับโกคุเดระ"


...เพราะพวกเราน่ะไม่มีสิทธิเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของหัวใจใคร


แต่ว่านะ...


ตั้งแต่ที่โกคุเดระคุงคบกับคุณฮิบาริดูเหมือนว่าบรรยากาศจะต่างกับตอนที่เขาคบกับนายอย่างสิ้นเชิง หรือจะเพราะบุคคลิกที่เปลี่ยน ทั้งเสียงหัวเราะ ทั้งรอยยิ้ม ดูมีความสุขกว่าชีวิตที่ผ่านมาเหลือเกิน


เชื่อว่าตัวนายในยุคนี้ก็คงคิดเหมือนกัน...ก็เลยไม่ได้พูดออกไป


รู้ทั้งรู้ว่าความรักของนายทั้งสองคนนั้นมันมากกว่าความรักระหว่างโกคุเดระคุงตอนนี้กับคุณฮิบาริด้วยซ้ำ แต่ว่า.....


ยามาโมโตะ...หากจะมีความรักที่ต่างฝ่ายต่างเก็บกักไว้ในใจน่ะ......แล้วมันจะรักกันไปเพื่ออะไรงั้นเหรอ?


ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนโยนของจ้าวแห่งนภาได้แต่มองสายฝนอันโศกเศร้า ซึ่งบัดนี้จมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดของตนอย่างเชื่องช้า....



................................


....อนาคต....คือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว...


หากอนาคตข้างหน้าเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาล่ะ.......


.......แล้วเขาจะมีความกล้า....ที่จะเปลี่ยนแปลงมันหรือเปล่า?


.................................


ยามาโมโตะ ทาเคชิ วัยสิบสี่ปีผู้มาจากอดีตเดินลากขาไปตามทางเดินของคฤหาสน์วองโกเล่



เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปไหน รู้แค่ว่าต้องไปให้ไกลก่อนที่โกคุเดระจะกลับไปยังห้องนั้น เพราะตอนนี้เขาเองก็ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย


...เรื่องราวที่สึนะเล่ายังคงก้องสะท้อนอยู่ในหัว กลับไปกลับมาราวถูกปาด้วยการเล่นแคชบอล...


...โกคุเดระที่ไม่ใช่ของเขา โกคุเดระที่เคยเป็นของเขา....


ทำไมหมอนั่นถึงได้แต่ลืมเรื่องของเขา มันเพราะอะไรกัน?



....ไม่เข้าใจ...




"อื้อ......"


เสียงอะไรบางอย่างที่จู่ๆลอยเข้ามากระทบโสตประสาททำเอาขายาวชะงัก เด็กหนุ่มเหลียวมองไปมาแล้งก็พบว่าต้นตอมาจากห้องเล็กๆ ที่อยู่ตรงหัวมุมไม่ไกลนัก

ยามาโมโตะเดินเข้าไปใกล้ๆด้วยความสงสัย แล้วสายตาเจ้ากรรมก็ทำร้ายเขาด้วยภาพที่ปรากฎให้เห็นตรงหน้าผ่านรอยแยกของประตูที่แง้มเอาไว้เพียงนิด

...ร่างบอบบางขาวเนียนของชายหนุ่มผมเงินกำลังถูกตระกองกอดอยู่ในวงแขนของชายผู้ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้พิทักษ์ ใบหน้าคมแนบชิดดวงหน้าหวานขึ้นสีเรื่อริมฝีปากทั้งคู่บดเบียดกันอย่างร้อนรุ่ม เสื้อสูทที่ร่างบางสวมใส่เลื่อนกองอยู่ที่ข้อศอก เนคไทถูกคลายออกจนหลวมทำให้กระดุมเชิ้ตตัวในโดนปลดออกอย่างง่ายดาย

"ยะ...อย่า เคียวยะ...ที่นี่มัน...."

หลังจากละริมฝีปากออก มือเรียวก็พยายามดันอกอีกฝ่ายออกไปแต่ใบหน้านั้นกลับซุกลงคลอเคลียสูดกลิ่นหอมจากซอกคอระหงอย่างไม่สนใจอาการต่อต้านอันน้อยนิด

"เงียบเหอะน่า...ไม่ได้กอดนายตั้งหลายวัน จะทนไม่ไหวแล้ว..." ฮิบาริล้วงมือเข้าสัมผัสผิวกายลื่นมือใต้เชิ้ตตัวบาง ปลายนิ้วหยอกเย้ายอดอกจนตื่นแข็งดันตัวขึ้น

"...อ๊า...." เสียงครางหวานหลุดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ "แต่ว่า....รุ่นที่สิบรอฉันอยู่..."

"แป๊ปเดียวแหละ ฮายาโตะ" เจ้าของดวงตาสีมืดยิ้มร้าย "ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้นายไปหาเจ้าสึนะโยชิไม่ได้ทั้งวันเลย"

"......นายนี่มัน....." โกคุเดระยิ้มให้กับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย ก่อนจะเงยหน้ารับจุมพิตหวานล้ำร้ายกาจนั่นอีกครั้ง...

ดวงตาคมปลาบเหลือบมองไปยังบานประตูที่ถูกแง้มไว้ เห็นเงาวูบไหวที่เดินห่างออกไปรางๆ ริมฝีปากเหยียดยิ้มอย่างพอใจ



...สัตว์กินพืชที่มันยอมแพ้อะไรง่ายๆ



...ก็ต้องสูญเสียอะไรไปง่ายๆเช่นกัน.....


.................


เด็กหนุ่มร่างสูงค่อยเดินไปอย่างเชื่องช้า....


ร่างกายของเขายังคงอยู่ .....แต่มันเป็นแค่ร่างที่มีแต่เพียงวิญญาณ


ส่วนหัวใจของเขา.......



.......ถูกทำลายยับเยินไม่มีชิ้นดีอยู่หน้าประตูบานนั้นแล้ว.......




TO BE CON>>

...................................
 
 
 
ขอบคุณทุกความคิดเห็นค่ะ


kuwa[R]i...

edit @ 1 Jun 2013 19:26:43 by kuwa[R]i...

Comment

Comment:

Tweet

มะไม่ทวงเอง ก็รู้ว่าน้องเค้าซึนยังจะกล้าทิ้งไป แบบนี้แหละ สมควรละ!!!!!
ฉันไม่สงสารนายหรอกนะเนียน555555
ถึงจะเป็นแม่ยก8059ก็ตาม แต่ยังไงจะข่วยลุ้นละกัน

#6 By Hyky (27.55.142.156|27.55.142.156) on 2014-12-05 14:00

แง้งงงงง
สงสารยามะ
แต่ก็รู้ว่าโกคุรักยามะมากเลยนะ

#5 By un-fiore on 2013-08-08 12:35

อ้ากกก สงสารเนียนสุดหูรูด ต่อหน้าต่อตาเลย
ที่แง้มไว้ที่ทั่นฮิจงใจใช่มั๊ยล่า
ถึงจะเห็นใจเนียน แต่ก็ยังเชียร์ทั่นฮิอยู่เหมือนเดิม
ร้ายจริง ๆ >_<

#4 By Sakurai Winter on 2013-06-10 12:28

ชอบการบรรยายบรรยากาศในมุมของทูน่าอ่ะ ตอนแต่ละคนค่อยๆเดินเข้ามา นึกสีหน้ารุ่นสิบที่ค่อยๆเปลี่ยนออกเลย ฮาXD
คือ..สมน้ำหน้าเนียนดีมั้ยนะ ก็รู้ไม่ใช่เรอะว่าก๊กซึนขนาดไหน รู้ไม่ใช่เรอะว่าก๊กไม่อยากให้ไปหนะ ทำมาเป็นงอน แล้วเป็นไงหละ สมน้ำหน้า ฮึ่ย!! =3= //โดนแม่ยก 80 สอยดับ
คนที่น่าสงสารสุดคงเป็นทูน่าสินะคะ โดนทิ้งระเบิดลูกโตไว้ซะงั้น=w=a
แต่ชอบการบรรยายในมุมมองของทูน่ามากค่ะ ดูเป็นคนที่ใส่ใจแฟมิลี่มาก คอยสังเกต แล้วก็เข้าใจความรู้สึกคนอื่น เป็นบอสที่ดีสุดๆ ><b
แต่ชอบการใช้คำว่า กลไกป้องกันตัวเอง จัง มันรู้สึกโดนจริงๆ เหมือนอธิบายได้ทุกอย่างเลยค่ะ>w<
ท่านฮิก็ช่าง..เจ้าเล่ห์ ยิ่งนัก รอเสียบมานานแล้วหละสิ =w=
แต่เวลาจูบก๊กนี่ อย่าไปมัวสนใจอย่างอื่นเซร่!! เดี๋ยวหลุดมือไปอยู่ที่ทูน่าไม่ก็มุนะเฮ้ย!!? =3=
ช่วงสุดท้ายนี้พรรณนา อุปมา บรรยายได้ดีมากๆเลยค่ะ เอาซะเห็นภาพเนียนกลายเป็นซอมบี้แห้งเหี่ยวเลยหละค่ะ 5555(?)
ก๊กหวานๆใสๆนี่บอกไม่ถูกจริงๆอ่ะ มันไม่ช่ายยย ก๊กต้องซึน ขี้โวยวาย มือไม้อยู่ไม่สุขต้องเอาระเบิดมาเขวี้ยงเล่นเวลาโดนท่านฮิลวนลาม ความจำไม่ต้องกลับมาก็ได้ เอานิสัยกลับมาก็พอ =w=++ //เพราะเก๊าเชียร์ 1859 คึหึหึหึ

#3 By Cartoon~AholiC on 2013-06-07 21:16

อ๊ากกกกกกกกกกกก สงสารอะ แต่ก็ชอบนะ 
สู้ๆค่ะไรเตอร์ TOT

#2 By mint (103.7.57.18|171.6.203.22) on 2013-06-06 18:46

ช่างทำร้ายจิตใจแม่ยก 8059 ยิ่งนัก!! T^T
ทำไมฮิมันน่าตบเยี่ยงเน้!! เดี๊ยะส่งไปให้ม้าจัดการเลย//หลบทอนฟา

ที่แท้...ความจำเสื่อม โล่งอกไปที(เหรอ?) ฮิเอ๋ย เธอร้ายมาก ยามะ(โต) ทำไมแกซื่อบื้ออย่างงี้ แล้วยามะจะทวงก๊กคืนได้มั้ยเนี่ย T T

#1 By roku-san on 2013-06-02 20:13