Reborn Fic : The Day after Tomorrow 3 [805918]

posted on 01 Jun 2013 19:23 by kuwari in KHR-Fic
 
ดีจ้า~
 
 
ลืมมาลงค่ะ ฮา
 
 
อย่าเพิ่งโกรธก๊กคุงกับท่านฮินะ แต่เขาทำมันมีเหตุผล
 
 
ยังไงก็ลองอ่านดูค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
Title : The Day after Tomorrow

Pairing : 8059 , 1859

Rate : PG-15



CHAPTER 3


..............................


เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้องทำงานของเจ้าแห่งนภา ผู้อยู่ข้างในเผลอสะดุ้งเฮือกขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

"เอ่อ...เข้ามาสิ"

"ขออนุญาตครับ รุ่นที่สิบ"

ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าคนที่มาเคาะประตูคือมือขวาข้างกาย ใบหน้ายิ้มแย้มของสึนะโยชิพลันแปรเปลี่ยนเป็นซีดสนิททันทีเมื่อเห็นว่าใครและใครเดินตามหลังเจ้าของเรือนผมสีเงินเข้ามาในห้อง

"อรุณสวัสดิ์ครับ" โกคุเดระก้มหัวยิ้มแย้มทักทายเขาเมื่อเดินมาถึงหน้าโต๊ะทำงาน "เอกสารวันนี้ครับ"

"อื้อ....อะ....อรุณสวัสดิ์ โกคุเดระคุง" สึนะปรายตาไปยังด้านหลังที่มีออร่าดำทะมึนแผ่ซ่าน "กลับมาแล้วหรือครับ? คุณฮิบาริ"

"ก็มาให้เห็นซักหน่อยว่าทุกอย่างไม่มีปัญหาล่ะนะ" ร่างสูงโปร่งมองเหยียดแบบที่ตัวเองเป็น "ว่าแต่....เจ้านั่น.........."

".........ง่า................." รู้สึกว่าน้ำลายจะเหนียวฝืดคอขึ้นมาทันที สึนะมองไปยังเด็กหนุ่มผู้มาจากอดีตซึ่งบัดนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวเสียแล้ว "คือ...เกิดเหตุผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย ทำให้ยามาโมโตะถูกสับตัวมาจากอดีตเมื่อหกปีก่อนน่ะครับ"

"อ้อ งานทดลองงี่เง่าของเจ้าสัตว์กินพืชบ้าเครื่องกลสินะ" ฮิบาริคงหมายถึงจางนินี...สึนะคิด

"เอ๋? หกปีก่อน?" โกคุเดระที่กำลังจัดเอกสารบนโต๊ะทำงานของสึนะเงยหน้าขึ้นมาถามด้วยโทนเสียงสูง และวินาทีนั้นเองที่ทุกคนหันขวับไปหาร่างบางนั้นทันที


ยามาโมโตะรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด จากบรรยากาศสบายๆในห้องทำงานหรูหรากลับกลายเป็นเย็นยะเยือกอย่างไร้สาเหตุ ความกดดันที่มองไม่เห็นรวมตัวลอยขึ้นปกคลุมเหนือหัว แผ่ซ่านกระจายแตะต้องตามร่างกายจนรู้สึกอึดอัด บางที....


....คนพวกนี้อาจจะมีอะไรปิดบังเขาอยู่ก็เป็นได้?


"จริงเหรอ? ที่ว่า...นายมาจากหกปีก่อน" ดูเหมือนว่าโกคุเดระจะเป็นคนเดียวที่ไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปนี้ ชายหนุ่มร่างบางหันขวับมาทางเขา

"อืม..." ยามาโมโตะพยักหน้ารู้สึกแหม่งๆกับคำพูดคำจาของอีกฝ่ายที่ดูจะเรียบร้อยผิดปกติ "ใช่ ฤดูร้อนเมื่อหกปีก่อน"

"งั้น........."

"โก...โกคุเดระคุง!" จู่ๆสึนะก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่และตะโกนเรียกชื่อมือขวาของเขา

"ครับ? รุ่นที่สิบ"

"คือฉัน...อยากดื่มชาที่นายชงน่ะ ช่วยเอามาให้หน่อยสิ นะ..." ดวงตาสีน้ำตาลทำประกายออดอ้อน "เอาเอสเปรสโซ่ให้รีบอร์นด้วยนะ หมอนั่นบอกว่าไปกินที่ไหนก็สู้ที่นายทำไม่ได้ซักที" อ้างคนที่นั่งหัวโด่อยู่ไกลๆเสร็จสรรพ

แต่ยามาโมโตะที่ยืนฟังอยู่เงียบๆยิ่งรู้สึกประหลาดใจ ชงชา? ...กาแฟ?.....โกคุเดระเนี่ยนะ?

"ถ้ารุ่นที่สิบว่าอย่างนั้น ก็ได้ครับ" ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มก่อนจะหันไปหาคนที่ยังคงยืนทะมึนอยู่ "เคียวยะเอาชาญี่ปุ่นสินะ"

"รู้ใจฉันอยู่แล้วนี่" ถึงปากจะพูดอย่างนั้น แต่ทิศทางที่สายตาของผู้พิทักษ์แห่งเมฆาจับจ้องไปกลับเป็นเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ ไม่ผิดแน่...หมอนั่นกำลังเยาะเย้ยเรา ยามาโมโตะกำหมัดแน่นแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อหน้าสวยที่กำลังจะเดินผ่านเขาไปก้มลงมาใกล้ๆ "ยามาโมโตะล่ะ?"

"หา?" เลือดฉีดขึ้นใบหน้าโดยไม่มีสาเหตุ เจ้าของชื่อเผลออ้าปากค้างอย่างตกใจ "...ฉัน?"

"จะเอาอะไร? จะได้ยกมาทีเดียว เอานมละกันนะ เป็นเด็กกินคาเฟอีนมันไม่ดีน่ะ"


ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ...รอยยิ้มอ่อนโยนเสริมให้หน้าหวานดูละมุนละไมเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ยามาโมโตะได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆโชยจากร่างบาง แม้เมื่ออีกฝ่ายเดินออกนอกประตูไปแล้ว กลิ่นนั้นก็ยังคงลอยวนอ้อยอิ่งอยู่ในมวลอากาศแถวนั้นจนกระทั่งมันซึมผ่านผิวหนังและแทรกเข้าไปเก็บตัวอยู่ในซอกหลืบลึกของหัวใจ...


...ถึงอย่างนั้น...มันก็ช่างเหลือเชื่อจนเกินกว่าจะเรียกได้ว่าปกติ จะว่าเพราะเวลาที่ผ่านไปทำให้โกคุเดระเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ เพราะนี่...มันราวกับว่ากลายเป็นคนละคนอย่างนั้นเสียมากกว่า เสมือนหนึ่งว่าโกคุเดระที่อยู่ตรงกันข้ามกับโกคุเดระที่เขารู้จัก ทลายกำแพงแห่งตัวตนและออกมาสู่โลกกว้างแทนอีกฝั่งอย่างนั้นแหละ


บอสแห่งวองโกเล่มองร่างของเพื่อนสนิทเมื่อหกปีที่แล้วด้วยสีหน้าลำบากใจ เหลือบมองอีกคนก็ยิ่งให้ใจหล่นตุ้บลงไปตายอยู่แถวนั้น ครั้นจะเหลียวหาให้รีบอร์นช่วย เจ้านั่นดันหลับซะนี่!

"จะบอกหมอนั่นหรือไม่มันแล้วแต่นายจะตัดสินใจ ฉันไม่ชอบยุ่งกับเรื่องพวกนี้ ไปล่ะ"

ฮิบาริพูดขึ้นหลังจากดูท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นอยู่นานด้วยความรำคาญลูกตา ร่างสูงพูดขึ้นด้วยโทนเสียงต่ำๆไม่ยินดียินร้ายก่อนจะเดินฉับๆตรงไปยังประตู

"เดี๋ยว! ฮิบาริ" ชื่อที่ถูกเรียกไว้หยุดการลอยเลื่อนของเมฆา ฮิบาริได้แต่เพียงนิ่งอยู่หน้าทางออกไปจากห้องแต่ไม่ได้พูดอะไร

"นายยังไม่ได้ตอบฉันเรื่องนี้เลยนะ" ยามาโมโตะพูดกับอีกฝ่าย

"เจ้านั่นจะบอกนายเอง"

บานประตูปิดลงพร้อมกับระเบิดที่ถูกโยนใส่ สึนะยิ่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกหนักขึ้น ถึงแม้มันจะเป็นหน้าที่ที่เขาสมควรทำจริงๆแต่มันก็ใช่ว่าจะพูดออกมาได้ง่ายๆ


"สึนะ" ยามาโมโตะหันมาหาคนที่ยืนอยู่ "ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"


........................

...................................


....กลีบดอกซากุระสีขาวอมชมพูลอยล่องกลางท้องฟ้าสีใส เสียงหัวเราะ ร้องไห้คละเคล้ากันไปในบรรยากาศ พิธีจบการศึกษาของโรงเรียนมัธยมปลายนามิโมริเพิ่งจะเสร็จสิ้นลง


"...โทษทีๆ กว่าจะหลุดมาได้ แทบแย่แน่ะ ฮะๆๆๆ" ชายหนุ่มผมสั้นสีดำผู้มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแต่งแต้มใบหน้าอยู่เป็นนิจ กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเพื่อนอีกสองคนที่ยืนรออยู่

"ยามาโมโตะ โดนสาวๆรุมขอกระดุมเม็ดที่สองล่ะสิ น่าอิจฉาจังน๊า~" ชายหนุ่มร่างเล็กเจ้าของผมสีน้ำตาลชี้ฟูและใบหน้าน่ารักพูดขึ้น

"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า" ยามาโมโตะหัวเราะก่อนที่จะเบนสายตาไปยังชายหนุ่มร่างเพรียวบางอีกคนที่ยืนคิ้วขมวดอยู่ "โกคุเดระสิยิ่งกว่าฉันอีก"

"เชอะ! ใครจะไปเด่นดังเท่าว่าที่นักกีฬาส่งออกอย่างแกล่ะ ไอ้สมองถั่ว" คนที่ถูกพาดพิงเหยียดตามอง

จากบรรยากาศดีๆเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นอึมครึมในชั่วพริบตา สึนะโยชิก็ได้แต่มองไปทางซ้ายทีขวาทีอย่างรู้สึกอึดอัดใจ เขารู้อยู่ว่าเพื่อนสนิททั้งคู่คบหากันมาได้ระยะเวลานานแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์จะไปไม่ค่อยรอดเท่าไหร่ ต่างฝ่ายต่างก็ปิดบังความรู้สึกลึกๆเอาไว้ ไม่มีใครกล้าแสดงออกถึงความต้องการให้ได้รับรู้ ยิ่งนานวันเข้า...การไม่พูดในสิ่งที่ค้างคาก็ยิ่งทำให้เยื่อบางๆแห่งความไม่เข้าใจยิ่งทักทอกว้างออกไปจนแทบจะคลุมทุกอย่างเอาไว้จนมิด


...ทั้งๆที่ดูก็รู้ว่าต่างฝ่ายต่างก็รักกันมากแท้ๆ แต่ถ้าไม่หันหน้าเข้าหากัน แล้วความรักนั้นจะมีประโยชน์อะไร? ...สึนะโยชิคิด


"นี่ แกน่ะ..." โกคุเดระเรียกด้วยเสียงห้วน "แกจะไปเล่นไอ้เมเจอร์ ลีกบ้าบอนั่นจริงๆเรอะ?"

ทั้งๆที่เป็นคำถามง่ายๆแท้ๆ แต่คำตอบกลับหนืดฝืดคอและพรากรอยยิ้มอันตรธานไปจากใบหน้าที่เคยสดใสเสมอได้ทันที

"อึ...อืม........" ยามาโมโตะพยักหน้า "โค้ชบอกว่ามันเป็นโอกาสที่ดี ก็เลย....."

"แล้วท่านรุ่นที่สิบล่ะ? แล้ววองโกเล่ล่ะ? แกกล้าทิ้งมันไปได้ยังไง!?" มือเรียวกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย "แกทิ้งฉันไปฉันไม่ว่า แต่แกกล้าทิ้งคำสัญญาที่ว่าจะปกป้องรุ่นที่สิบงั้นเรอะ!!??"

"ฉัน....." ดวงตาสีน้ำตาลเบือนหลบไม่กล้าที่จะสบกับดวงตาสีเขียวมรกตฉายแววเจ็บช้ำที่มองมา เขารู้....ที่บอกว่าไม่รู้สึกอะไรนั้นเป็นคำโกหก แต่ถ้านายพูดซักนิดว่าไม่ให้ฉันไป ฉันก็พร้อมที่จะยอมทำตามนั้น...


...เพียงแต่นายไม่พูด นายไม่เคยพูดเลย...