Reborn Fic : The Day after Tomorrow 2 [805918]

posted on 18 May 2013 11:50 by kuwari in KHR-Fic
 


ดีจ้า~


มีคนอ่าน (มากกว่า 1 คน) ด้วยล่ะ ดีใจจุงเบย~ ขอบคุณมากๆค่ะ


ความจริงฟิกเรื่องนี้เราเขียนนานนนนนนนนนนนนน (ดูจำนวนหนู) มากแล้วค่ะ ตั้งแต่... เอ่อ... หลายปีแล้ว ความจริงมันเป็นฟิกรีบอร์นเรื่องแรกๆที่เขียนเลยนะ เอาลงที่บอร์ดรีบอร์น (บอร์ดดำ) สมัยก่อนไว้ แต่พอบอร์ดล่มไปแล้วก็เลยไม่ได้เขียนต่ออีก ทั้งๆที่มันน่าจะใกล้จบได้แล้ว แล้วมันเกิดอะไรขึ้นฉันถึงกลับมาเขียนล่ะเนี่ย?? ฮา


เหตุผลคือมัน 'คาใจ' ค่ะ เพราะทั้งคนเขียนและคนเคยอ่านอยากรู้ตอนจบของฟิกโคตรรันทดเรื่องนี้ บอกตามตรงว่าตอนเขียนก็ไม่คิดว่ามันจะรันทดขนาดนี้หรอกนะ


ดังนั้น เราจึงตัดสินใจเขียนต่อบทสรุปของความดราม่าเรื่องนี้ จะว่าไป...มันเป็นหนึ่งในฟิกรีบอร์นที่ตัวเองเขียนที่โคตรดราม่าเอามากๆ



สำหรับท่านที่ไม่เคยอ่าน ก็ลองอ่านไปพร้อมๆกันค่ะ คนเขียนก็ต้องทวนความจำเหมือนกัน 55++



ไปอ่านกันได้เลยค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Title : The Day after Tomorrow


Fandom : Katekyo Hitman Reborn


Pairing : 805918


Rate : PG for now




CHAPTER 2


..............................


"อืม..."


"อ๊ะ รู้สึกตัวแล้ว"


ในชั้นแรกที่เปลือกตาเปิดขึ้น ทุกอย่างในมโนทัศน์ปรากฎรางเป็นภาพเบลอ แม้แต่เงาของบุคคลตรงหน้าเขาก็ยังมองเห็นไม่ถนัด...ใครน่ะ...ผมสีน้ำตาลฟูๆแบบนี้ สึนะเหรอ? แต่ทำไม?...เสียงของนายถึงได้ฟังประหลาดอย่างนั้น?


"ยามาโมโตะ เป็นอะไรหรือเปล่า?"

เสียงนั้นเรียกชื่อของเขา คงเป็นสึนะไม่ผิดแน่ เด็กหนุ่มร่างสูงหลับตาลงอีกครั้งก่อนจะลืมขึ้นช้าๆ คราวนี้มันชัดเจนกว่าทีแรกมาก

ภาพของเพดานไม่คุ้นตา...ถ้าเป็นห้องของสึนะแต่ทว่าทำไมมันถึงสูงขนาดนี้ โคมไฟระย้า? เดี๋ยวก่อน...บ้านของหมอนั่นมีของแบบนี้ด้วยเหรอ?

ยามาโมโตะพยายามลุกขึ้นแต่แล้วกลับรู้สึกปวดแปลบไปทั้งร่างกาย


"อย่าเพิ่งรีบลุกสิ" เสียงเดิมนั้นพูดกับเขาอย่างเป็นห่วงเป็นใย "นายเพิ่งมาไกลร่างกายยังไม่ชินเท่าไหร่?"


มาไกล...เขาเนี่ยนะ?มาไกล...ก็เพิ่งเดินมาด้วยกันไม่ใช่เหรอ?


"ฉันไม่เป็นไร ขอบใจนะ สึ........นะ.............."


ท้ายเสียงชะงักเมื่อเขาหันไปหาคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่ทว่า.....


ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป


คนตรงหน้าก็คือสึนะ ยามาโมโตะมั่นใจว่าไม่ผิดแน่ จากผมสีน้ำตาลชี้ฟูยุ่งๆนั้น กับดวงตาโตสีน้ำตาลคู่นั้น


แต่สึนะที่เขาเห็นมันช่างประหลาด ใบหน้าที่เรียวขึ้น ความสูงที่เหมือนจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย และชุดสูทสีดำที่สวมใส่


ที่สำคัญมองไปรอบๆอีกที ที่ๆเขาอยู่เป็นห้องกว้างขวางหรูหรา ติดโคมไฟระย้าและหน้าต่างที่เป็นกระจกยาวมองเห็นสภาพภูมิอากาศข้างนอกที่หิมะกำลังตก เนรมิตให้โลกกลายเป็นสีขาว ใช่ ขาวโพลน


เหมือนกับในสมองของยามาโมโตะในตอนนี้....




....เขากำลังอยู่ที่ไหน?




.................


"อืม....เอ่อ....จะอธิบายไงดีล่ะ?"  ซาวาดะ สึนะโยชิ หรือตอนนี้คงจะเรียกได้ว่าวองโกเล่รุ่นที่สิบอย่างเต็มปากเต็มคำเอ่ยพลางทำสีหน้าลำบากใจ

"วันนั้นน่ะ...วันที่นายมาบ้านฉันแล้วแรมโบ้จะเล่นน้ำ นายก็เลยไปดึงสระมาจากห้องเก็บของ แต่เผอิญว่ามันมี...มี...มี...."

"ก็บอกไปสิว่ามีบาซูก้าหกปีรุ่นทดลองของเจ้าจางนินีซ่อนอยู่"

เสียงเปิดประตูดังปัง พร้อมร่างหนึ่งก้าวเข้ามา เป็นชายหนุ่มร่างสูงสวมชุดสูทเจ้าของดวงตาคมกริบ

"รีบอร์น....พูดแบบนี้ยามาโมโตะก็งงแย่สิ" สึนะหันไปหาคนมาใหม่ เดี๋ยว..เมื่อกี้ว่าไงนะ? รีบอร์น? เจ้าหนูงั้นเหรอ? จะว่าไปแล้วไอ้หมวกแบบนั้น...มันก็คุ้นๆอยู่นะ

"เจ้าหนูงั้นเหรอ?" ยามาโมโตะหันไปมองหัวจรดเท้า

"ใช่ ฉันเอง" ร่างสูงกว่าเขายืนกอดอก "ฟังนะ ยามาโมโตะ ตอนนี้ที่ที่นายอยู่คือโลกอีกหกปีข้างหน้าที่นายเดินทางมาด้วยบาซูก้าหกปีที่จางนินีทำเลียนแบบบาซูก้าทศวรรษ แต่หมอนั่นทำไม่สำเร็จฉันเลยเอาไปซ่อนไว้ใต้ห้องเก็บของสึนะเพราะรำคาญไอ้วัวบ้าจะเอามาเล่น แล้วนายที่ไปรื้อของวันนั้นก็เลยโดนลูกหลง"

"หา?" ยามาโมโตะหน้าเหวอด้วยความงง โลกอีกหกปี? นี่เรากำลังเล่นหนัง Si-Fi กันอยู่ใช่ไหมเนี่ย?

"ปัญหาคือเพราะมันเป็นรุ่นทดลองก็เลยไม่รู้ว่านายจะกลับไปได้ยังไง คงไม่ใช่แค่ห้านาทีเหมือนบาซูก้าทศวรรษแน่ แต่ไม่ต้องห่วง เราจะหาทางให้" เจ้าหนูที่แปรสภาพเป็นเจ้าโย่งพูดฉอดๆ "คงต้องอยู่ที่นี่ซักระยะล่ะนะ"

"เอ่อ...อือ........."

"ความจริงนายเองก็มีตึกพิรุณแยกอยู่ต่างหาก แต่ช่วงนี้พักที่คฤหาสน์วองโกเล่ก่อนแล้วกันนะ"

"อื้อ" ตอนนี้...สิ่งที่ยามาโมโตะทำได้ก็เพียงแค่พยักหน้ารับ เพราะเรื่องทุกอย่างมันเกินกว่าสมองที่ไม่ค่อยได้ใช้ของคนไม่คิดอะไรมากจะรับไหวในคราวเดียว

เด็กหนุ่มผู้มาจากอดีตกำลังนั่งเรียบเรียงความคิดอย่างสับสน เพราะก้มหน้าลงจึงไม่ได้สังเกตถึงแววตาบางอย่างของคนในห้องที่มองมา


...ยามาโมโตะ...เรื่องที่กำลังเผชิญอยู่มันเกินจะทำความเข้าใจได้ก็จริง แต่ทว่า...


หากนายรู้ความจริงอีกอย่างที่โหดร้ายสำหรับนายในโลกยุคนี้...


...นายจะยอมรับมันได้หรือเปล่านะ?

....................................


"ห้องนี้แหละ ยามาโมโตะ"


สึนะโยชิวัยยี่สิบปีเปิดประตูห้องหนึ่งในคฤหาสน์หลังจากที่พาเขาเดินวนไปวนมา

"โห ใหญ่ชะมัด" เด็กหนุ่มร่างสูงร้องอุทานก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน การตกแต่งภายในเป็นไปอย่างเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นนิดๆ ต่างจากห้องทำงานที่เขาอยู่เมื่อครู่ที่ออกไปทางตะวันตกและใช้เครื่องเรือนหรูหรา แต่ห้องนี้มีเพียงเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่อย่างและข้าวของเครื่องใช้จำเป็นเท่านั้น "อ๊ะ" แล้วเขาก็สังเกตเห็นไม้เบสบอลที่วางอยู่มุมห้องคู่กับดาบไม้

"นี่มัน..." ยามาโมโตะเดินไปหยิบมันขึ้นมาดู

"ตะบองของยามาโมโตะ ที่ฉันเคยให้นายไงล่ะ?" รีบอร์นที่เดินตามมาทีหลังเอ่ยขึ้น "ห้องนี้ก็คือห้องของนายในยุคนี้"

"งั้นเหรอ?" ดวงตาสีเปลือกไม้มองไปรอบๆ "ถึงว่าสิว่าแนวมันเป็นแบบที่ฉันชอบเลย"

"งั้นก็...พักผ่อนให้สบายนะ" สึนะพูดขึ้น "ส่วนอาหารเย็นฉันจะให้คนเอาขึ้นมาให้ ขืนปล่อยนายลงไปตอนนี้มีหวังหลงแน่ๆ"

อย่างที่สึนะอธิบายไปก่อนหน้านี้คฤหาสน์วองโกเล่ถูกสร้างมาในลักษณะคล้ายกับเขาวงกต เพื่อป้องกันศัตรูบุกโจมตีเข้ามา

"อื้อ ขอบใจนะ" ยามาโมโตะพยักหน้า "เอ้อ จริงสิ สึนะ" เขาเรียกไว้ก่อนที่ชายหนุ่มร่างเล็กจะเดินออกไปพ้นประตู

"มีอะไรเหรอ?"

"คือ...ฉันดีใจนะ ที่ในอนาคตเราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมน่ะ แบบว่า ก็รู้สึกเหมือนเป็นนายคนเก่านี่แหละ แม้จะดูตัวโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนิดหน่อยก็เหอะ"

"ฉันก็เหมือนกัน" เจ้าของผมสีน้ำตาลฟูยิ้ม "แล้วเดี๋ยวจะมาใหม่นะ"

"อืม"

เสียงปิดประตูดังพร้อมทั้งสองร่างที่จากไป ยามาโมโตะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ดวงตามองไปยังเพดานสูงอย่างเลื่อนลอย

จนบัดนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เขาจะเดินทางมาอนาคตได้จริงๆ ถึงแม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีก็เถอะ

มันก็น่าตื่นเต้นดีที่ได้รู้ถึงอนาคตของตัวเอง บางทีพรุ่งนี้ เขาอาจจะถามอะไรจากสึนะได้มากกว่านี้ก็เป็นได้...

ยามาโมโตะหลับตาลง แต่ก่อนที่อนุสติจะดับไปเพราะความอ่อนพลีย เขาก็นึกถึงสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งขึ้นมาได้เรือนราง...


...แล้วตอนนี้...โกคุเดระทำอะไรอยู่นะ....


......................



"นี่ รีบอร์น"


บอสแห่งวองโกเล่เอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขาทั้งคู่กำลังเดินกลับมายังห้องทำงาน "นายว่าฉันควรจะบอกเรื่องนั้นให้ยามาโมโตะรู้ดีไหม?"

เจ้าของตำแหน่งนักฆ่าที่เก่งที่สุดในโลกเหลือบตามองลูกศิษย์ของตัวเอง ก่อนจะพูดขึ้นมา

"ถ้าเจ้านั่นต้องอยู่ที่นี่ซักพัก ยังไงก็ต้องรู้ซักวัน ปล่อยให้รู้เองเถอะ"

"แต่....."

"มันไม่ใช่เรื่อง