นี่คือ Entry 'ดักแก่' ล่ะ.....

 

เห็นช่วงนี้เขาฮิตอะไรแบบนี้กันก็อยากจะเอามั่งนะ


สืบเนื่องจากความสงสัยมาจาก Entry นี้ของคุณ talalan


บวกกับความสงกาเวลานั่งดูข่าว + อ่านบลอคเด็กๆ


น้องๆหนูๆ ไปสอบ GAT สอบ PAT


แล้วมันคืออิหยังก้ะ?


ก่อนหน้านี้ที่เรารู้ เด็กๆเนี่ยเขาต้องสอบ O-net , A-net ใช่ป่ะ?


ยอมรับว่าก็ไม่รู้เหมือนกันแหละว่ามันคืออะไร?


มันหายไปแล้วหรอกหรือ?


แล้วเวลาเข้ามหาลัยเนี่ย มันต้องเอาคะแนนจากโรงเรียนด้วยใช่ไหม?


ทำไมมันไม่เห็นเหมือนตอนที่เขาเรียน เขาสอบเลยนะ


งงแฮะ.. ???


เอาล่ะ


จะบอกให้ว่า สมัยเขา มันเป็นแบบนี้ล่ะ...


........................................................

 

59 เรื่องของเด็กเอนท์รุ่นเก๋า


1.มัธยมปลายแบ่งเป็นสามสาย วิทย์-คณิต , ศิลป์-คำนวน (คณิต-อังกฤษ) , ศิลป์-ภาษา


2.ศิลป์ภาษา แบ่งได้ออกเป็นอีกสองสาย คือ อังกฤษ-ฝรั่งเศส กับ อังกฤษ-เยอรมัน


3. สามคณะสุดฮิปของคนเรียนวิทย์เพื่อไปสอบ หมอ , วิศวะ , สถาปัตย์


4.แต่คนเรียนสายวิทย์ 80% ก็ไม่รู้ว่าจะไปเอนท์คณะอะไร เพราะสายวิทย์มันแทบจะสอบได้เกือบหมด


5.สุดท้ายไอ้พวกเรียนสายวิทย์ มันก็ไปแย่งเด็กสายศิลป์สอบทุกทีสิน่า


6.เด็กสายศิลป์-คำนวน มักจะเป็นพวกสองจิตสองใจ ซ้ายก็ไม่ได้ ขวาก็ไม่ถูก


7.เกือบ 80% มันจะไปจบที่คณะบัญชี เพราะเรียนเลขมาหนักพอๆกับสายวิทย์


8.ศิลป์คำนวนเรียนเลขหนักพอๆกับสายวิทย์ (อ๊ะ ซ้ำข้อบน) และเรียนภาษาอังกฤษหนักเท่าสายศิลป์ภาษา


9.แต่สุดท้ายออกมาก็ทำห่- อะไรไม่ได้ซักอย่าง (อ้าว)


10.เด็กสายศิลป์ภาษามักจะเป็นคุณหนู (อันนี้ไม่เกี่ยวกับระบบการศึกษาแล้ว)


11.99.99% มุ่งเน้นการเอนท์คณะอักษร (หรือมนุษย์ศาตร์ ตามแต่ละสถาบัน)


12.เชื่อไหมว่า เด็กศิลป์ภาษาเก่งภาษาในเอกมากกว่าภาษาอังกฤษ


13.สมัยก่อนไม่มีหรอกการเก็บคะแนน สอบกันไปเลยตู้มเดียว เขาเรียกว่า 'ENTRANCE' ครั้งเดียวจอด รอบเดียวจบ


14. อ่านหนังสือกันมาทั้งปี ก็ตัดสินกันในสองวันนี่แหละ


15. 90% ของนักเรียนมัธยมปลายสมัยนั้นนิยมการเรียนที่เรียกว่า 'สอบเทียบ'


16. ทั้งนี้เพื่อเอาวุฒิม.6 ไปสมัครสอบก่อนตอน ม.5 นัยว่าลองข้อสอบ ใครติดเลยก็โชคดีไป ใครไม่ติดมีโอกาสลองใหม่ปีหน้า


17. ไม่รู้จักหรอกว่า GAT PAT มันเป็นอิหยัง วิชาที่สอบตอนนั้นจะลงท้ายความยากง่ายด้วย ตัวอักษรไทย


18. 'คณิตศาสตร์ กขค' สำหรับผู้สอบเอนท์คณะด้านสายวิทย์ 'คณิตศาสตร์ กข' สำหรับผู้สอบเอนท์คณะด้านสายศิลป์


19. แต่ถ้าไม่ได้เรียนเลขมา (สายศิลป์ภาษา) วิชาที่สอบก็เป็น 'ภาษาฝรั่งเศส' กับ 'ภาษาเยอรมัน'


20. เช่นกัน มีคณิตศาสตร์ กข ก็ต้องมี 'ภาษาอังกฤษ กขค' และ 'ภาษาอังกฤษ กข'


21. ซึ่งความยากง่ายไม่ค่อยจะต่างกันตรงไหนเลย ยังไงก็ทำไม่ทันอยู่ดี (+มั่วแน่นอน)


22.นอกจากนี้ยังมีวิชาความถนัดของแต่ละสาขา เช่น ความถนัดทางศิลป์


23.สมัยนั้นจะเข้าคณะมัณฑศิลป์ต้องมี drawing วาดรูปกันสดๆ แล้วตอนนี้มันยังมีป่าวหว่า?


24.การไปเรียนพิเศษเสาร์-อาทิตย์ มักจะได้รับความสำคัญมากกว่าไปเรียนที่โรงเรียน


25.อาจารย์ดังๆต้องจองคอร์สกันล่วงหน้าข้ามปี (ถ้ามีเด็กเส้นเป็นศิษย์เก่าก็โชคดีไป)


26.ไม่มีใครไม่รู้จักอาจารย์ปิง ดาวอง สมัยนั้นยังอยู่ที่เยาวราชสาขาเดียวอยู่เลย


27.ก็เหมือนกับครูลิลลี่ที่คนได้เรียนมันเอาชีทมาซีร๊อกขายว่ะ


28.พูดถึงครูลิลลี่แล้วก็ต้องเป็นภาษาไทย สมัยมัธยมปลาย มีหนังสือสองประเภท


29. 'ทักษะสัมพันธ์' กับ 'หลักภาษา'


30. หลักภาษาชื่อก็บอกแล้วว่าหลักภาษา มันคือเรื่องของไวยากรณ์ (มักออกในวิชาภาษาไทย กขค.)


31. ส่วนทักษะสัมพันธ์เรียนเรื่องเกี่ยวกับวรรณคดีไทย ฉันทลักษณ์


32. แล้วสมัยนี้มันเรียนอะไรกันล่ะ?


33.กลับมาเรื่องสอบเอนท์ เวลาจะสมัคร มีแค่สองทาง ไปรษณีย์ กับ ด้วยตนเอง


34.ศูนย์กลางการสมัครอยู่ที่จุฬา เวลาซื้อใบสมัครจะมีบอกรอบสมัคร วัน-เวลา เอาไว้ ไปผิดก็ซวยไป


35.ต่อมาก็เปลี่ยนไปเป็นที่ ม.เกษตร ไกลชิบ


36.ก่อนที่จะเลือกคณะ ต้องเอาคะแนนสูงสุดต่ำสุดของปีก่อน และ ปีก่อนๆ และปีก่อนๆๆ มาเทียบ


37.และส่งไปพร้อมๆกับใบสมัครสอบนั่นแหละ (ตอนนี้ยังทำอยู่มั๊ย?)


38. 80% หวังติดอันดับสอง ไม่หวังจะติดอันดับหนึ่งกันเลย


39. ดังนั้น มันจะเลือกเอาที่ที่อยากเรียนไว้ที่สอง แต่พอดันไปติดที่หนึ่งก็สละสิทธิ์ซะงั้น (มีเยอะนะขอบอก)


40. ไม่เคยตั้งใจเรียนในห้องเรียน เพราะเอาเวลาทั้งหมดไปเรียนพิเศษ


41.เพราะฉะนั้น มันก็เลยนั่งหลับ ไม่ก็โดด


42. นี่หรือเปล่าที่เป็นเหตุผลที่เขาให้ใช้คะแนนในห้องเรียนน่ะ?


43.คนเอนท์ติด ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ดวงต้องเจ๋งด้วย


44.คิดดูดิ อ่านหนังสือมาแทบตายทั้งปี วันสอบไม่สบายซะงั้น


45. โอกาสแก้ตัว ปีหน้าเลยเว๊ย...ไม่มีสอบรอบสอง


46.แจ้งผลเอนท์ เอาไฟไปส่องกระดานมันโคตรจะเร้าใจ


47.ซองไปรษณีย์ก็มาโคตรจะตรงเวลา


48.ไอ้เรื่องจะไปดูผลในเนตน่ะ เลิกคิดเหอะ ระบบห่วยแตกมาก


49. มั่นใจว่า 99.99% ได้ซองผลเอนท์แล้ว ต้องเอาส่องดูก่อนที่จะแกะ


50. คนเอนท์ไม่ติดมีสองประเภท


51. เศร้าชิ- หา- ร้องไห้ฟูมฟาย แทบฆ่าตัวตาย >> มักเป็นพวกทุ่มเทอ่านหนังสือเต็มที่


52. ชิลๆ กูว่าแล้วว่าต้องไม่ติด อ่านหนังสือไม่ทันนี่หว่า >>รู้ตัวดี พวกนี้มักไปเรียนราม


53. รู้หรือเปล่าว่าสอบเอนท์ติดหรือไม่ติด มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคะแนน แต่มันขึ้นอยู่กับคณะที่เลือก


54. ถ้าคะแนนสูง แต่คณะที่เลือกคะแนนสูงสุดๆ ก็ชวด แต่ถ้าเลือกคณะคะแนนต่ำก็อาจจะติด


55. ดังนั้น ถ้าไม่เทพจริงๆ อย่าเลือกคะแนนสูงทั้งสี่อันดับ (สมัยนั้นยังไม่มีคำว่า 'เทพ' เลย)


56. ตัวอย่าง "หนึ่ง-อักษรจุฬา" "สอง-ศิลปศาสตร์ธรรมศาตร์" "สาม-มนุษย์เกษตร" "สี่-ครุศาตร์ลาดกระบัง" >> มีคนบ้าเลือกแบบนี้ด้วย แล้วมันจะติดได้ไงวะ? คะแนนสูงทั้งสี่อันดับ ห่างกันไม่ถึงร้อย


57. ถ้าใครอ่านแล้วตรงกับตัวเองเกินครึ่ง แปลว่าอายุน่าจะไล่ๆกับ จขบ.


58. แต่ถ้าใครอ่านแล้วตรงกันเกือบหมด เราเรียนโรงเรียนเดียวกันป่ะเนี่ย??


59. ว่าแต่....ตกลงเด็กสมัยนี้มันสอบกันยังไงฟะ?


........................................................


เขียนจากความทรงจำเมื่อยาวนาน ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วย


สามารถ เพิ่ม-เติม ได้ หากใครมีอะไรจะเสริม (ที่มันเป็นเลข 59 มันก็ความชอบส่วนตัว จขบ. ละนะ)


ว่าแต่....อยากรู้จริงๆว่าระบบเก่ามันไม่ดีตรงไหน?


หือ?

 

*เพิ่มเติมจาก คอมเมท์ 3 ค่ะ*

วิชาสมัยประถม-มัธยมต้น (ไหนๆก็มีคนระลึกอดีตแล้ว)


- ส.ป.ช. คือ วิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต

พวก วิทยาศาสตร์


- ส.ล.น. คือ วิชาสร้างเสริมลักษณะนิสัย

จริยธรรม ศาสนา


- ก.พ.อ. คือ วิชาการงานพื้นฐานอาชีพ

เกษตร งานประดิษฐ์


จำบ่ได้ว่าวิชาศิลปะอยู่ใน กพอ. หรือเปล่า? หรือแยกออกมา


- ก่อนเรียน มานะ มานี หนังสือภาษาไทยเราจะเรียน "ดรุณศึกษา" ล่ะ (แต่ จขบ.ไม่ได้เรียนนะ เกิดไม่ทัน)


- หนังสืออ่านนอกเวลาภาษาไทย ม.ต้น  "เจ้ามอม" ยังให้อ่านอยู่ไหม? อ่านแล้วเศร้าโฮก


- หนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษ ม.1 'The little mermaid' (ยังเก็บไว้อยู่เลย)

 

*เพิ่มเติมฮ่ะ (แต่คงไม่มีคนอยากรู้)*

จขบ. เรียนศิลป์-คำนวน แต่เรียนคณะมนุษยศาสตร์ (อักษรนั่นแล)

และมันก็บ้า ไปสอบฝรั่งเศสด้วยนะเออ (แต่ไม่ได้เรียนมา ปัญญาอ่อนมาก)

แต่ว่า วิชาภาษาฝรั่งเศส สอบมาได้คะแนนเยอะกว่าเลขอีก (เฮ้ย!) >> สอบคณิต กข. ยากเอี้ย (หยาบคายและ)

จบมา...ไม่เห็นได้ใช้ไอ้ที่เรียนมาเลยว่ะ ( 4 ปีที่ผ่านมาเพื่อ....??)

 

 

สุดท้าย... การเรียนมหาวิทยาลัยไม่ใช่ทุกสิ่ง

เวลาทำงาน มันก็แค่อดีตที่เอาไว้เบ่งตอนเข้าใหม่ๆเท่านั้นแหละ

ชีวิตการทำงานมันคือเริ่มนับหนึ่งใหม่เลย

ปริญญาก็แค่เครื่องประดับบ้านแหละนะ

สิ่งที่เจ๋งที่สุด ก็คือ "ประสบการณ์"

 

 

 

 

มาช่วยระลึกกันอีก มาๆ

 


kuwa[R]i...

 

 

edit @ 26 Jul 2009 22:46:20 by kuwa[R]i...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รุ้สึกว่าเราจะรุ่นราวคราวเดียวกันนะคะsad smile
อยู่ม.5ค่ะ

สมัยนี้กับสมัยก่อนก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกค่ะ

แต่สมัยนี้ออกจะดูวุ่นวาย(ไม่)หน่อย

เนื่องจากมีการเปลี่ยนระบบที่ดูจะไม่ค่อยซับซ้อน เข้าใจง่าย(ประชด)

แต่ก็ต้องอ่านหนังสือถึกอยู่ดีละคะ555+

แปะดาวนะคะHot! Hot! Hot!
รู้กันเลยว่าปูนไหน?

29. 'ทักษะสัมพันธ์' กับ 'หลักภาษา' (ตอนเรียนมี วรรณสารวิจักษณ์ ด้วยล่ะ....)

- ลุ้นผลเอ็นท์...นู่นส่องไฟตามบอร์ด (*ส่องไฟ คือ ไปดูผลที่บอร์ดตอนฟ้ายังไม่สว่างมันมืดเลยต้องส่องไฟ...เพราะถ้าเช้าแล้วคนจะเยอะดูลำบาก..)

- เออเนอะ...ไม่มีสอบรอบ 2 ไม่ได้ก็ปีหน้า ไม่ก็เอกชนโลด...

(ข้อสงสัยวัยประถม?)
- เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักแล้วมั๊ง...มานะ มานี ปิติ ชูใจ น่ะ...

- ไทย-อังกฤษ เดี๋ยวนี้ยังมีหนังสืออ่านนอกเวลามั๊ยนะ?

- สปช. สลน. กพอ. มันยังมีอยู่ใช่มั๊ยอ่ะ?

#3 By ~Ayu_Ma'[Zou]~ on 2009-07-25 17:20

ผมทันครับ สบรอบเดียวจบ ตอนนั้นสอบเทียบได้มอหกตั้งแต่ตอนมอสี่ เลยทันรุ่นสอบนอบเดียว แต่ไม่ติด

พออยู่มอหก เลยได้สอบระบบใหม่ แบบสอบสองครั้ง เอาคะแนนที่ดีที่สุดไปเอนท์

ผมคิดว่าระบบนี้ดีนะ มีมาตรฐานที่สุดเลย แต่บุคลากรที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ผมว่าไม่ค่อยมีมาตรฐาน

เพราะสอบได้สองครั้ง เอาคะแนนที่ดีที่สุดไปเอนท์ ไม่ต้องอ่านหนังสือหนักมาก และคนไม่เก่งก็มีสิทธิลองใหม่ได้อีกทีด้วย ผมว่ามันแฟร์ดีHot!

#4 By แมงกลิ้งขี้ on 2009-07-25 17:22

เฟรชี่ปีนี้ค่า~


พี่สาว+พี่ชายเราคงจะแถวๆเดียวกับ จขบ.

(แต่พี่เราเรียนจบกับหมดแล้วง่ะ พี่สาวกำลังระรับปริญญา)

ตอนเราสอบก็ O-NET A-NET แหละค่ะ

*บ่น ใครบอกโอเน็ตง่ายกว่าเอเน็ต
แม่ม อย่างทั้งคู่แหละว่ะ!!!!

#5 By H ö t ä r ü ~ ♪ on 2009-07-25 17:36

ม.1ค่ะ
#3
อ่านนอกเวลายังมีนะคะ
กพอ.ก็ยังมีอยู่
สปช.ก็บางโรงเรียนค่ะถ้ามีก็โดนพวกวิชาหลักขอคาบหมด
สลน.ไม่ทันค่ะ=w="

#6 By lightdevil on 2009-07-25 17:44

ไม่ทันค่ะ ฮา..
ทันแค่ o-net a-net ถามว่าเข้าใจมั้ยว่าระบบ โอเอนี่มันมีความสำคัญยังไง บอกได้แค่ว่าไม่รู้เหมือนกัน!!? เค้าให้สอบก็สอบไป 55555 (เอ็งผ่านมันมาได้ยังไงว่ะเนี่ย)รู้นิดๆ ว่า บางคณะเค้าไม่ใช่คะแนน โอ เพราะงั้น สอบแค่เอ ก็ได้ นั่นละ รู้แค่นั้นจริงๆ กร๊ากกก

ข้อ 56 มันโดนใจจึ้กเลยอ่ะ T___T เลือกสูงหมดเลย 4 อันดับค่ะ กร๊ากกกกกก แบบไม่ดูตัวเอง แต่เจือกติดอันดับสาม เจร๊ยยย!! สุดท้ายก็ไม่เอาเพราะป๊อด -*-

สมัยนี้ยังมีความถนัดอยู่ค่ะท่านคุวาริ เอิ๊กก

ปล. แกะ-แพะมันคืออะไร??? (แค่โอเอรุ่นเอ็งยังไม่รู้งั้นก็อย่ารู้มันเล้ยยย)

#7 By ★ AIM ★ on 2009-07-25 17:52

ที่ว่ามีข้อสอบแกท-แพทเหมือนเค้าจะให้เหตุผลว่า กลัวเด็กทิ้งดิ่งน่ะค่ะ
สมัยนี้ไม่มีสอบเทียบแล้วค่ะ แต่มีแกท-แพทที่เด็กม.5สามารถสอบได้ คะแนนเก๋็บไว้ใช้ได้สองปี แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้วแต่มหาลัยจะกำหนดด้วยว่าเค้าจะเอารอบไหน (สรุปที่สอบตอนม.5ก็แค่ลองไม่ได้ใช้จริงอยู่ดี เพราะเค้าก็จะกำหนดใช้จริงตอนที่เราสอบม.6 นั่นแหละ)
โอเนทกับเอเนทยังมีอยู่นะคะ
แม้จะติดที่ไหนไปแล้ว(พวกรับตรง+โควต้า)ก็จะมาสอบโอเน็ตไว้ค่ะ แล้วใช้ยื่นคะแนน ส่วนใหญ่ก็น่าจะตั้งใจสอบไว้นะคะ เพราะบางคนก็เผื่อซิ่วปีถัดไปอะไรงี้

วันที่เราสอบแกทยังเจอรุ่นพี่คนนึงซึ่งเข้ามหาลียไปแล้วแอ้บมาสอบเลยค่ะ พี่บอกว่าจะซิ่ว

ก็น่าวุ่นวายดีค่ะ แต่เรื่องไม่ใช้จีแพกนี่ไม่ค่อยรู้นะคะ

จะว่ายังไงดี คนกำหนดการศึกษาต่อและออกข้อสอบให้เด็กๆกันทุกวันนี้ก็คือคนที่ผ่านการเอนท์มาเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ มันก็พูดยาก

มีแต่ต้องทำให้ดีที่สุดแหละคะ

หมายเหตุ-ข้อมูลเราอาจผิดนะคะ นี่จากความเข้าใจของเราค่ะ

ข้อ 4 นั่นเราว่ามันมากกว่า 80% แน่นอนค่ะbig smile

#8 By ชิน on 2009-07-25 18:04

กรี๊ดดด โดนดักแก่ ="=

ที่พูดมานั้น รู้สึกจะเป็นประสบการณ์ตรงเหมือนกันเลยค่ะ แต่ตอนที่เราเอนท์ไม่มีสอบเทียบแล้ว และเอ็นท์มีสองรอบค่ะ หุๆๆ (เด็กกว่านิดนึงแหละ)

18. 'คณิตศาสตร์ กขค' สำหรับผู้สอบเอนท์คณะด้านสายวิทย์ 'คณิตศาสตร์ กข' สำหรับผู้สอบเอนท์คณะด้านสายศิลป์

ข้อนี้ไม่รู้จักแฮะ 55+ ตอนรุ่นเรามีแต่คณิต1 กับคณิต2

ตอนเอาไฟฉายไปส่องกระดานประกาศผลเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากๆ ตอนติดก็กรี๊ดดังๆ ให้พี่ๆเค้ามาบูมให้แล้วก็ลากไปเต้นๆ หุๆๆ สนุกดี (รุ่นนี้ไม่มีแล้วนี่เนอะ เสียดาย)

แต่เราว่าที่ตื่นเต้นกว่าคือตอนได้รับซองคะแนน ต้องเอาซองส่องกับแสงไฟดูก่อนเปิด 55+

ให้ดาวเลยค่ะ Hot! Hot! Hot!

#9 By freyachan on 2009-07-25 18:21

รุ่นเดียวกันอย่างที่รู้รู้ เฮือกsad smile

ชอบหนังสือภาษาไทยของยุคนั้นทุกเล่มเลยค่ะ
มานะ มานี ปิติ ชูใจ(นี่มันประถมนิ)
วรรณสารวิจักษณ์ วรรณลักษณ์วิจารณ์
สุดยอดสนุกเลย
ส่วนภาษาอังกฤษ
หนังสือนอกเวลาที่ชอบคือ Rebecca และ Wuthering Height ค่ะ (แอบ ERO นี่หว่า)

ส่วนตอน ent นี่ก็เลือกแบบสุดมันเลยค่ะ
1. ถาปัดจุฬา
2. ถาปัดลาดกระบัง
3. ถาปัดภายในลาดกระบัง
4. ถาปัดออกแบบอุตสาหกรรมลาดกระบัง

เลือกแบบเทกระจาด แบบไม่ได้ถาปัด(กรู)ก็ไม่เอาว้อย
อะไรประมาณนั้น/บ้า
(แต่พอมาเรียนจริงๆก็อยากจะร้องไห้ค่ะ จบมาแล้วไม่รวยก็ไม่บอก งือ)

โชคมันจะประหลาดก็ประหลาดจริงๆค่ะ
ตอนนั้นก็อยากติดลาดกระบังเพราะใกล้บ้าน
เลือก 3 อันดับโลด
อันดับแรกกะว่าไม่น่าได้หรอกแต่ที่บ้านบอกให้เลือกไว้ก็เลือก

แต่มันดันติดอันแรก ที่สำคัญคือเป็นคนสุดท้ายที่ติดเข้าไปค่ะ คะแนนโหล่สุด
มาคิดตอนนี้ยังแปลกใจไม่หาย
ถ้าได้น้อยกว่านี้อีกคะแนนเดียวชีวิตมันก็จะเปลี่ยนไปในอีกรูปแบบนึงเลย

ทั้งเพื่อนทั้งสังคมทั้งนิสัยจะต้องเปลี่ยนไปจากนี้แน่นอนเพราะชีวิตมหาลัยเป็นประสบการณ์ล้ำค่า
เราว่านิสัยส่วนนึงมันหล่อหลอมมาจากการใช้ชีวิตในมหาลัยด้วยนะ
แค่ 1 คะแนนนะคะ เราจะเป็นปุ้มอีกคนนึง
น่าสนใจดีนะ อาจเป็นพอลล่าตอนนี้/เมิงจะบ้าเรอะ
ฮาconfused smile

#10 By poomiminn on 2009-07-25 18:24

กรี๊ดดด
เด็กแอดค่ะ 555+ //โดนซัด

ระบบเก่ามันตรงไปตรงมาดีนะคะ ผิดพลาดน้อยด้วย -*- ไอ้รุ่นเรามันก็เป็นรุ่นหนูทดลอง หึยๆ พลาดกันเต็มเลย

ระลึกความหลัง ชอบค่ะ open-mounthed smile Hot!

ตอนปีที่เราสอบเข้ามหาวิทยาลัยยังใช้ O-NET A-NET อยู่ค่ะ เคยฟังพวกผู้ใหญ่คุย เขาบอกว่าที่ต่างประเทศทำแบบนี้ ไทยเลยเปลี่ยนทำตามมั่ง จริงเรอะ!?

สอบเอนท์แต่ก่อนมันยุ่งยากน้อยกว่าสมัยนี้มาก ตอนนั้นเราว่าโอเน็ตเอเน็ตนี่มันก็วุ่นแล้วน้า แต่พอเห็นจีแพกสอบแล้วสอบอีกนี่มึนไปเลย น้องชายก็กำลังสอบแกะ-แพะนี่อยู่

ตอนเลือกคณะนี่เราเลือกแบบเจียมตัวสุดๆ ค่ะ ฮ่าๆๆ
เพราะหนังสือไม่อ่าน เอาแต่เล่น ขี้เกียจ
พวกเพื่อนไปเรียนพิเศษกัน ส่วนไอป่านเอาแต่เล่น
มองผังคะแนนเก่าเห็นอันไหนคะแนนน้อยจิ้มเลือกโลด
ไม่ค่อยห่วงชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเท่าไหร่
ขอแค่ให้ได้เรียนในสิ่งที่เราชอบ สุดท้ายก็ติดวิทย์-คอม ธรรมศาสตร์ ด้วยคะแนนรองโหล่สุดในภาควิชา sad smile

*อ่าน #10 ของท่าน poomiminn แล้วขำ พอกันเลยค่ะ

เรียนมาจนถึงตอนนี้เราคิดว่าคะแนนตอนเข้าไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ เพราะพอเรียนๆ ไป คนที่เข้ามาด้วยคะแนนเยอะๆ ก็ถูกรีไทน์ออกบ้าง ไม่สู้ต่อก็มี ของแบบนี้มันขึ้นอยู่ว่าใจเราสู้ต่อมั้ย ขยันมั้ย พอเข้าไปแล้วเหมือนเราเริ่มสตาร์ทออกจากที่เดียวพร้อมๆกัน แต่จะมีซักกี่คนที่วิ่งได้จนถึงเส้นชัยopen-mounthed smileอย่างที่มีคนว่าเข้ามหาวิทยาลัย เข้ายากแต่ออกง่ายแหละเน้อ

#12 By elRion on 2009-07-25 18:59

ตรงเกือบทุกข้อ เพียงแต่ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด และสอบโควต้าของมหาวิทยาลัยเข้าไปน่ะครับ
เลยชิล ๆ หน่อย
เรียนพิเศษก็เรียนแต่ไอ้วิชา drawing นั่นแหละ เพราะเลือกสายนี้มาเลย
รู้ผลโควต้าแล้ว ชีวิตก็ไม่เอาอะไรอีกแล้ว คะแนน ม. 6 เทอมสองออกมาทุเรศบรรลัย
(อันนี้สรุปได้ว่าช่วงวัยใกล้เคียงกับเจ้าของบล็อก)

วิชาศิลปะแยกจาก ก.พ.อ. ครับผม
(อันนี้จำได้ดีกว่าเจ้าของบล็อก ฮ่า ๆ ๆ)

และ...ผมได้เรียนดรุณศึกษาครับ
(แปลได้ตรงตัวว่า...มันแก่กว่าเจ้าของบล็อกแน่ ๆ)

#13 By HAKURO on 2009-07-25 20:51

ขอแอบเม้นอีกรอบ เข้ามาเจออีดิทค่ะ
ตอนอยู่ป.3เรายังทัน ส.ป.ช. ก.พ.อ.กับ ส.ล.น. นะคะ
ส่วนศิลปะนี่ใช่อันเดียวกับส.ล.น.ป่าวนะ หรือว่า ส.ล.น. มันวิชาพละ ไม่แน่ใจ (จำไม่ได้แแหล่ว ...ความจำอย่างนี้ซะด้วย)

#14 By ชิน on 2009-07-25 21:03

อ่านครบ 59 ข้อค่ะ


แต่เราคือเด็ก o-net a-net รุ่นสุดท้ายแหะๆ
(สรุปคือ ตอนนี้ น้องใหม่ปี 1)

ตอนนี้ก็สอบ gat pat อยู่ เพื่อที่ติดเรียนไม่ไหว

เหอๆ

#15 By blood_hana on 2009-07-25 21:11

ม.3ค่ะ
ถึงรุ่นลี่แล้วมันจะมีสอบอะไรที่พะรุงพะรังกว่ารุ่นนี้มั้ยคะพี่
ไม่มีปัญญาตามข่าวว่าเค้าสอบอะไรกันมั่งตอนนี้

#16 By Liping on 2009-07-25 21:31

จำเรื่องเจ้ามอมได้ค่ะ!! มอมเดียวกันรึเปล่าไม่รู้ ที่เป็นเรื่องตอนสงคราม เจ้าของหายไปอะไรประมาณนั้น..จำไม่ค่อยได้ แต่จำได้ว่าตอนจบโศกอย่างร้ายกาจ...โอย ใจน้องหมา


ทันบางอย่างนะคะ โดนดักเข้าซะแล้วสิ...
นังเรนนี่เป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้ระบบเอ็นทรานซ์(แบบสองครั้ง)ล่ะค่ะ

หลังจากนั้นก็เริ่มมึนๆกับระบบ มีคนมาถามเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาลัยนี่ตอบไม่ได้ซักอย่าง...ฮา จนปัจจุบันนี้มี GAT PAT ก็งงหนักจนเลิกสนใจมันไปแล้ว แฮ่ๆ

Hot! Hot! Hot!

#17 By ~Rainy Day~ on 2009-07-25 21:36

ยังอ่านมอมอยุ่ค่ะ
อยากอ่านแบบทั้งเล่มจังเลย ^^
ปล.อ่านมอมแล้วร้องไห้เลยอะ

#18 By FoXGLovE on 2009-07-25 21:52

อึก โดนไปราวๆ 50 ฮิต sad smile

#19 By talalan on 2009-07-25 22:02

โอ๊ะไม่เข้าใจสักนิดเลย
เพราะว่าเกิดมาไม่เคยเอ็นสอบเข้าราชมงคลเลย

วิ่งมาสายอาชีพตั้งกะปวช.(จบม.3)

แล้วก็เรียนมาตลอดจนจบป.ตรี

อ่านแล้วไม่รู้เรื่องสักนิด 555+ จำได้แต่ว่าเรียนมานะมานี(น่าจะรู้ว่ารุ่นไหน)
สปช.สลน.เรียนมาหมด เย็บปักถักร้อยงานถนัด

ไม่มีเหรอคนที่จบราชมงคลตอนนั้นที่ยังไม่เป็นชื่อมหาลัยแบบตอนนี้

ปล.จำได้ว่าสมัยพี่สาวสอบเลือกศิลปากรอันดับหนึ่งตอนนั้นยังนั่งดูผลในทีวีอยู่เลย
แล้วก็ได้จบมาด้วยเกรด4.00เกียตรนิยมโคตรเก่ง

#20 By JUMBU on 2009-07-25 23:25

สปช. สลน. เจอถึงป.2 เองค่ะ confused smile

อ่านแล้วแตกต่างกันมากมาย
คิดว่าที่ใช้เกรดก็คงเรื่องไม่ตั้งใจเรียนในห้องนี่แหละค่ะ
ถ้าตอนนี้ยังไม่ใช้ แพรก็คงเป็นเหมือนกัน Hot! Hot! Hot!

#21 By Prae on 2009-07-25 23:39

ส.ป.ช / ส.ล.น / ก.พ.อ
นี่เจอถึงป.3 เอง
เป็นอะไรที่น่าเบื่อโคตะระ
อย่าว่าแต่สมัยนี่เลย อนาคตมันจะเอนท์กันยังไงเนี่ยsad smile
(อนาคตตูเลยนะเนี่ย)

#22 By pimkung on 2009-07-25 23:55

เหอะ เหอะ....เกินครึ่งแน่นอนค่ะ....
อ่านแล้วก็ให้นึกภาพเก่าๆ...
แต่สมัยข้าพเจ้าจำได้ว่า เอ็นท์สองรอบ...รอบแรกเครียดลงลำไส้กันทีเดียว เพราะความถนัดย์ทางสถาปัตย์มีให้สอบรอบเดียว...>.<...
ส่วนรอบสองจำได้ว่าไปสอบอยู่แค่สามวิชาเอง...นอกนั้น...ตรูไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน...ในเมื่อไอ้ที่ต้องเรียนให้ได้ชีวิตนี้ มันใช้คะแนนแค่4วิชา...5555....ตายเป็นตายกันทีเดียว ไม่มีตัวช่วยใดๆทั้งสิ้น....

อ่านเม้นต์พี่ปุ้มแล้ว...นั่นสิคะพี่...เค้าน่าจะบอกก่อนเอ็นท์นะว่า เป็นสถาปนิกแล้วไม่รวย

แต่ว่านะ...ชีวิตมันก็แปลกจริงๆนั่นแหละ...ที่ที่อยากเรียนที่สุด ก็เอ้นท์ติดแท้ๆ แต่กลับเปลี่ยนใจไปเลือกอีกที่ในวินาทีสุดท้าย...
มันมีจริงๆนั่นแหละ...ชะตาชีวิตน่ะ...ทั้งๆที่คิดว่านั่นแหละใช่ลย...ที่นั่นแหละที่อยากอยู่ที่สุด...แต่ชะตาก็พาให้เราไปพบกับอะไรอีกอย่างที่น่าจะต่างกันอย่างมาก...แล้วก็ดันกลับไปหลงรักมัน...ถึงตอนนี้ก็ไม่คิดเสียใจเลยที่วินาทีนั้นได้ก้าวเดินออกมาจากที่ที่คิดว่าชอบที่สุด...เพราะที่แห่งใหม่เป็นอะไรที่....

สุดยอดมากๆเลยละbig smile

อ่าพล่ามซะยาว...ไม่ว่ากันนะคุวาริคุงbig smile

ปล.คุวาริคุงได้เมล์ข้าพเจ้าหรือยังอ่ะ...ส่งของไปให้...เห็นเงียบหายไปเลยไม่แน่ใจว่าถึงหรือเปล่าsad smile

#23 By WAKETSU (115.67.231.154) on 2009-07-25 23:56

ตอนนี้ม.6 ค่ะ

ได้เรียนส.ป.ช. , ส.ล.น. , ก.พ.อ. ถึงแค่ป.6
ก็เลยเข้าใจว่า สามตัวนี้มันสำหรับประถม sad smile ที่จริงเค้าเปลี่ยนสินะ...

เคยเรียนดรุณศึกษานะ แต่จำแทบไม่ได้แล้ว มาเห็นชื่อที่บล็อกนี้ก็เลยนึกออก open-mounthed smile แล้วก็มีภาพหนังสือเล่มบาง ๆ ปกขาวเก่าจนเหลือง เปื่อย ๆ ขาด ๆ ผุดขึ้นมาในหัว

#24 By ♫ due gatti on 2009-07-25 23:57

อ่านแล้วแบบว่า หนูเป็นรุ่นก่อนสุดท้ายที่จะเลิกระบบล่ะ
แต่การเอนท์มันได้ใจกว่านะ

#25 By Fubuki on 2009-07-25 23:57

เป็นรุ่นสุดท้ายที่่ได้สอบ Entrance ^^

เพื่อนๆที่ซิ่ว ส่วนใหญ่มีปัญหาเดียว

คือ ไม่รู้ว่าต้อง สอบ Onet Anet ยังไงsad smile

#26 By mochii-pochii on 2009-07-26 00:09

ไม่เคยเอ็นอ่ะ น่าสนุกจัง
เรื่องที่นำเสนอก็สนุกดีครับ

#27 By Sabus's FilM on 2009-07-26 00:17

ระบบการสอบสมัยนี้...

เพื่อเอาเงินนักเรียน ... ไม่ใช่เพื่อทดสอบนักเรียนในการเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ surprised smile
อ๊ะ ลืม

จขบ.ได้เอนท์ ทำไม่ได้เรียนดรุณศึกษาล่ะค่ะ ?

ได้เรียนแหละ ... ถึงประถมต้น แค่นั้นแหละมั้ง

แล้วก็เปลี่ยน สปช สลน หายไปตอนไหนไม่รู้

(รู้แต่ดีใจเพราะแม่มโคตรหนัก)
อุ๊ย ... อ่านไปไม่เข้าใจ อะไรหรอคะ? *ทำหน้าบ้องแบ๊ว*

4.แต่คนเรียนสายวิทย์ 80% ก็ไม่รู้ว่าจะไปเอนท์คณะอะไร เพราะสายวิทย์มันแทบจะสอบได้เกือบหมด

ไอ้เราก็เรียนสายวิทย์ เพราะเหตุผลนี้แหละ 55+ อุ๊บส์ ลืมไป เกิดไม่ทัน (เร๊อะ!!!!)

5.สุดท้ายไอ้พวกเรียนสายวิทย์ มันก็ไปแย่งเด็กสายศิลป์สอบทุกทีสิน่า

ถูกค่ะ อันนี้โดนประณามจวบจนบัดนี้ แบบว่า กันที่ชาวบ้าน แล้วแอบดีใจที่คะแนนสูงกว่าเด็กสายศิลป์
(อันนี้แอบเลว ฮ่าๆๆๆ)

แล้วเรื่องเลือกคณะนี่ คณะอันดับแรกจะเป็นแบบ คณะในจินตนาการสุดๆ 555+
จะเริ่มมาหวังกับอันดับสองลงมา (อันดับแรกเขียนให้ดูหรูไว้แบบนั้นเฉยๆ 555+)
อ่านไปพยักหน้าไป เจอข้อนี้
57. ถ้าใครอ่านแล้วตรงกับตัวเองเกินครึ่ง แปลว่าอายุน่าจะไล่ๆกับ จขบ.

จ้ะ เลิกโกงอายุตัวเองแล้วจ้ะ *ปาดเหงื่อ*
เพราะไอ้ที่ว่ามา โดนหมด ทำมาหมดแล้ว ก๊ากกกก

เมื่อก่อน เอนทรานซ์นี่เป็นแมชช์ตัดสินชะตาเด็กไทย
สอบไม่ผ่าน เป็นอัน(เกือบจะ)สิ้นหวังแล้ว
เดี๋ยวนี้เด็กๆ (ยิ่งพูดยิ่งแก่แฮะ) เค้าสอบอะไร ไม่อยากตามระบบละ
งง ... ไม่เก็ท
แถมเปลี่ยนบ่อยอีก เด็กสมัยนี้น่าสงสาร เพราะผู้ใหญ่โลเล sad smile

Hot! Hot! Hot! Hot!
ให้ดาว กับคนวัยใกล้กัน ก๊ากกกกกก

#30 By ✥ 18's ディーノ ™ ✥ on 2009-07-26 00:44

Hamon: ม.6 แอดฯ ปีนี้แล้วครับ sad smile

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า entrance ไม่ดีตรงไหน

แอบคิดถึง สาระแน (ส.ล.น.) กับ การเพาะพันธุ์อึ่งอ่าง (ก.พ.อ.) เหมือนกันครับ นึกแล้วแทบอยากกลับไปเรียนประถมใหม่

#31 By Dodrio on 2009-07-26 02:14

เราไม่แก่ใช่มั้ย
เรารุ่นแรกที่เค้าสอลแอดกันเลยนะ

ฮ่าๆ confused smile
สอบแอดsad smile
ตอนนี้หนูอยู่ม.5 ค่ะ

มันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่เลย เท่าที่ดู แต่ ทัน สปช สลน กพอ. นะ!

#34 By Bayonet_ on 2009-07-26 07:52

เหมือนจะคุ้นๆ
เรารุ่นเดียวกันหรือเปล่าคะ

#35 By Soul System on 2009-07-26 07:53

สมัยนั้นต้องมีประกาศผลทางทีวีตอนดึก ๆ ด้วยสิคะ sad smile บางคนแค่ตีหนึ่งก็เห็นชื่อแล้ว บางคนหาชื่อตัวเองอยู่จนสว่างแหนะ

ประกาศผลสอบทางหนังสือพิมพ์ก็มีนะ

(โชว์อายุกันเข้าปาย เหอ ๆ ๆ ๆ)

#36 By lexManarae on 2009-07-26 07:55

เหมือนจะรุ่นหลังมานิดนึง แต่ผมไม่เรียนกวดวิชานะ
คนรุ่นเดียวกันนนนนนนนนน !

เราทันรุ่นสุดท้ายพอดีล่ะ เอาบอลแดงไปโทษฐานมาฟื้นคืนความทรงจำครั้งเก่านะตัวเอง Hot! Hot!

#38 By draco on 2009-07-26 10:17

ตอนนี้มอมยังมีอยู่นะคะ=w="

#39 By lightdevil on 2009-07-26 10:21

เพิ่มๆค่ะต่อจากข้างบน
ศิลปะแยกออกมาค่ะ
ส่วนจริยะกับศาสนาก็มีค่ะ
หนังสืออังกฤษตอนนี้มันออกมาเยอะมากหลายเรื่องเค้าเลยให้ไปอ่านกันเองค่ะ

#40 By lightdevil on 2009-07-26 10:24

อร๊ายยยย

มัธยมตรงมั่กๆแต่ประถมเราเองก็ยังได้เรียนดรุณอยู่น้า

ตอนนี้อยู่ม4แระ

คิดถึงอดีตจริงๆเนอะ

อิอิ

#41 By ++//byAkURai//++ on 2009-07-26 10:29

-*-จะถึงตาตัวเองอยู่ละยังไม่เข้าใจเลย

ว่าGAT PATนี่มันคืออันหยัง ตกลง

ต้องทำไงบ้าง อีกแป๊บเดียว-*-ก็ถึงตาฉันแล้วสิ

โฮกกกกกกยังเอ๋อรับประทานอยู่เลย

Hot! Hot! Hot!

#42 By catthamon on 2009-07-26 11:15

ระบบ gatpat เป็นระบบที่นร.สามารถสอบได้ปีละ 4ครั้ง ซึ่งทาง สทศ บอกว่า ไม่ต้องสอบทุกครั้งก็ได้ให้สอบเฉพาะครั้งที่พร้อม

แต่ความจริงแล้ว คนที่พร้อมก็ต้องสอบทุกครั้งอยู่แล้ว
เพราะหลายๆอย่างมันไม่แน่นอน เช่น คนที่ไม่ได้สอบครั้งที่2จะเสียสิทธิ์บางอย่างไป เพราะบางมหาลัยก็เพิ่งมาบอกว่าใช้คะแนนครั้งที่ 2 ทั้งๆที่สอบเสร็จไปแล้ว
อีกอย่าง ค่าสมัครวิชาละ 250 ซึ่งนร.ส่วนใหญ่จะสอบครั้งละ 2-4 ตัวกัน คุณ4เข้าไป = ประมาณ2000-3000บาท
ไม่อยากจะคิดเลยว่าสอบครั้งนึงเป็นแสนคน
จะปาไปแล้วกี่บาท

สรุปแล้ว อิจฉาพี่จังเลยค่ะที่ได้เอ็นท์รุ่นเก่า
รุ่นไหมอย่างหนูเจอแต่ผู้ใหญ่(บางคน)เห็นแก่...

ps.เรื่องแกทแพทเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนที่ สทศ ออกมาบอก มันไม่จริงเลยนะค่ะ
ระบบนี้ตัดโอกาสเด็กไม่มีเงินชัดๆเลย
จะยังไงก็ต้องสอบทุกครั้ง :(

#43 By lesuorac on 2009-07-26 11:43

ขอเพิ่มเติมอีกนิด
มันยังทำให้เด็กๆเรียนพิเศษกันหนักขึ้นด้วย
ถ้าใครเรียนพิเศษจบทุกเรื่องเร็ว ก็จะมีโอกาสสอบไปเรื่อยๆ ด้อยจุดไหนก็พัฒนาทัน
ส่วนคนที่เรียนตามรร.จะได้สอบแบบมีความรู้ครบก็ตอนสอบครั้งที่4นู่นแหละค่ะ(ยื่นรับตรงไม่ได้แล้วด้วย มหาลัยเดี๋ยวรับตรงกันครึ่งนึงจากจำนวนเด็กที่รับทั้งหมด หรือมากกว่านั้นเลยนะค่ะ)

#44 By lesuorac on 2009-07-26 11:46

เจ้ามอมเศร้าโฮกค่ะ แต่ก็สนุกมากเช่นกัน เราได้อ่านตอนสมัยเด็กๆเป็นหนังสือแจกฟรีเล่มเล็กๆ ชอบเรื่องนั้นมาก และก็มาเจออีกทีก็หนังสือภาษาไทยม.1หรือม.2นี่แหละจำไม่ได้...คิดถึงว้อยย

-ส.ป.ช.อันนี้ยังทัน อยู่รวมเล่มกับวิชาวิทย์ เวลาเรียนก็ต้องกลับหัวกลับหางหนังสือเรียน จนมีคำถามว่าไอ่สองวิชานี้มันต่างกันตรงไหน
-ส.ล.น.จำไม่ได้แล้วว่าเคยเรียนรึเปล่า
-ก.พ.อ.ปัจจุบันก็ยังเรียนอยู่เลย(ม.3)แต่ไม่มีเกษตรแล้ว ถ้าเป็นตอนประถมละก็ยังได้เรียนอยู่(ให้เด็กป.3ป.4ไปแบกถุงปุ๋ยปลูกต้นไม้ใช้กระดาษทรายขัดเก้าอี้เก่า คิดดูใช้แรงงานเด็กขนาดไหน...แต่ก็สนุกดีนะ)

แต่คิดว่ารุ่นเราสอบเข้ามหาลัยคงต้องพะรุงพะรังแน่ๆ ทั้ง GET PET ไหนจะ O-NET A-NET(เอ...จะได้สอบรึเปล่านะ)แถมรู้มาด้วยว่าถ้าจะสอบตรงต้องสอบB-NETก่อน ซึ่งเขาบอกว่ายากกว่า2NETก่อนหน้าอีก สอบพวก5วิชาหลัก

#45 By 『きおく』 kioku on 2009-07-26 11:54

โอเน็ตเอเน็ตคือประมาณ คณิต ก. คณิตข.

ส่วนแกทแพทตอนนี้ก็สักประมาณวิชามิติสัมพันธ์ความถนัด การวิเคราะห์ ผซึ่งไม่ใช่วิชาการ มันคือความเข้าใจ)แล้วก็ไปอัดเนือ้หานรกในแพท -*-

ประเทศไทยเอนทรานซ์ไปเพื่ออะไร???

#46 By THEBEE on 2009-07-26 12:18

ม.3ค่าconfused smile
ตอนนี้ห่วงแต่เรื่องสอบปัจจุบันให้มันได้คะแนนดีๆอย่างเดียวค่ะ
ม.3จะรอดรึเปล่าก็ไม่รู้ บทเรียนห้องหนูยากมาก

#47 By canta+! on 2009-07-26 12:48

12.เชื่อไหมว่า เด็กศิลป์ภาษาเก่งภาษาในเอกมากกว่าภาษาอังกฤษ

ยืนยันแปดหมื่นเปอร์เซน
ช่วงปีแรกๆได้อิ้งจริงอยู่
แต่เมื่อเรียนๆไปอิ้งจะวิ่งกลับประเทศมันอย่างป่วงๆ
555

#48 By Mayoiitingweii on 2009-07-26 13:12

รำลึกความหลัง
สมัยที่จะเรียนสักวิชาต้องจองข้ามปีHot!

#49 By เซี่ยหมิง on 2009-07-26 13:27

กรี๊ดดดด เอนทรี่ดักแก่มากๆ

ขอบอกว่า

1. เราเรียนดรุณศึกษา+ทักษะสัมพันธ์+หลักภาษา พ่วงด้วย ขุนประสงค์จรรยา (วิชาเลข)
2. อยากเอนท์ติดอันดับ 2 มากกว่าอันดับ 1 จริงด้วยอ่ะ แล้วสุดท้ายเราก็ดันติดอันดับ 1 แทนจริงๆด้วย (แต่ก็เรียนจนจบ 4 ปี ไม่มีซิ่ว)sad smile
3. เอาซองจดหมายส่องไฟเหมือนกันค่า
4. เราเรียนดาวองซ์สาขาวงเวียนใหญ่แหละ
5. เราเอนท์ระบบใหม่ ถัดจากระบบดั้งเดิม งงมั้ย sad smile คือระบบสอบ 2 ครั้งแล้วเลือกคะแนนดีที่สุดแต่ละครั้งยื่นเลือกคณะ ความรู้สึกของระบบเอนท์แบบเก่าเลยยังซึมซาบได้ เพราะคิดว่าตัวเองต้องเอนท์ระบบเก่ามาตลอด ดันมาแจ๊กพอตเปลี่ยนวิธีซะงั้น

Hot!