FMA Fic : Factory of Confustion IV
posted on 08 Feb 2006 13:27 by kuwari in FANFICTIONรอคอยกันอยู่หรือเปล่าคะ?
(555555+)
ก่อนอื่นขอบอกเลยว่า ฟิกเรื่องนี้ มันไถลออกจากความเป็นจริงซะมากโข กระเด็นกระดอนหลุดนอกวงโคจรไปเสียแล้ว ขอสารภาพว่าตอนนี้ที่เขียนเรื่องนี้ คุวาริไม่คิดว่ากำลังเขียน ฟิก FMA อยู่เลยล่ะ แต่ก็รู้สึกสนุกกับการเขียนเรื่องนี้มากๆเลยนะ
ดังนั้น มันจะหลุดโลก ตกขอบ กลายเป็นเรื่องใหม่อีกเรื่องไปเสียแล้ว ต้องขอโทษจริงๆเพราะมันอาจทำให้บางคนไม่ชอบ หรือผิดหวัง แต่คุวาริก็กลับไม่ได้แล้วค่ะ เพราะว่า หาทางกลับไม่ถูกแล้ว!!!
ลองอ่านดูนะ ถ้าไม่ชอบยังไงก็.... ไว้อาลัยให้มันหน่อยละกัน เอิ่กกกกกก...
รักษาคอนเซ็ปของ AU ค่ะ หลุดโลกสมชื่อ
warning : YAOI and AU only
Fullmental Alchemist Fanfiction vol.2
Factory of Confusion IV
ก้าวเดินแต่ละก้าวจากที่สั่นคลอนในตอนแรกต่างถูกเติมเต็มด้วยความมั่นคงทีละน้อย... ทุกจังหวะที่ฝ่าเท้าเปล่าเปลือยแตะลงบนผิวดินนั้นเต็มไปด้วยความเชื่องช้า ราวกับว่าจะพยายามซึมซับถึงความรู้สึกที่ได้รับรู้จากประสาทสัมผัสนั้นให้เต็มที่
ดวงตาสีทองมองร่างสูงโปร่งที่ยังคงเดินย่องแย่งไปมาอย่างไม่รู้จักเบื่อตรงหน้า รอยยิ้มคุ้นตาที่เคยเก็บเอาไว้ในความทรงจำบัดนี้ถูกเรียกออกมาให้เห็นอีกครั้ง...
...ไม่ใช่ความฝัน...ใช่แล้ว...นี่มันไม่ใช่ความฝัน
ทุกอย่างคือของจริง คือสิ่งที่สัมผัสได้ ...ในที่สุด...
แต่...อัล...ถ้านายรู้ นายจะโกรธฉันหรือเปล่า? ทุกอย่างที่ฉันทำไป ทั้งหมดนั้นก็เพื่อนายคนเดียว
...น้องชาย ที่ไม่สามารถมี"อะไร"มาแทนได้เลย....
...ไม่มีวัน
++++++++++++++++++++++++
"พี่ครับ"
ราวกับภาพในอดีตย้อนกลับมาให้เห็นอีกครั้ง ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของอัลฟอนส์ และน้ำเสียงสดใสยามที่เรียกเขา
"อะไรเหรอ? อัล"
เอ็ดเวิร์ดหันไปยิ้มกว้างให้น้องชายที่สูงกว่าเขาเล็กน้อย นึกเคืองอยู่เหมือนกันว่าทำไมผลถึงออกมาเป็นแบบนี้ได้ แต่การเจริญเติบโตทางร่างกายของอัลฟอนส์ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามวิวัฒนาการของธรรมชาติ
"พี่ยังไม่ได้บอกผมเลยนะครับว่าทำไมผมถึงกลับมาเป็นแบบนี้ได้"
เสียงล้อเหล็กกระทบกับรางเป็นจังหวะดังคั่นความเงียบที่เกิดขึ้นเมื่อหลังจากคำถามนั้น เอ็ดเวิร์ดถึงกับเงียบไปชั่วครู่ใหญ่ ตอนนี้พวกเขาทั้งสองกำลังอยู่บนขบวนรถไฟที่จะมุ่งหน้ากลับไปยังอีสต์ซิตี้
อัลฟอนส์รู้สึกใจคอไม่ดี เพราะการที่พี่ชายของเขานิ่งเงียบแบบนี้หมายถึงบางอย่างที่ผิดปกติ ใบหน้าขาวที่ถูกแสงสีส้มของแสงอาทิตย์อัสดงอาบไล้นิ่งไป เขาพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ? ก็แค่อยากรู้เกี่ยวกับร่างกายของตัวเองนี่นา.....?
แล้วการที่พี่ไม่ตอบนี่มันหมายความว่ายังไง?
"อัล..."
"ครับ"
อัลฟอนส์สะดุ้ง เมื่อจู่ๆเอ็ดเวิร์ดก็ยื่นมือมาจับมือของเขา ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นสบตา
"พี่สัญญา ว่าจะบอก จะเล่าทุกอย่างให้นายฟังแน่ๆ แต่ตอนนี้" ร่างเล็กกระชับมือทั้งสองข้างแน่นขึ้น "ให้เรากลับไปถึงที่นั่นกันก่อนนะ"
สัมผัสของร่างกายสองข้างที่ไม่เหมือนกัน ...ความอุ่นนุ่มนิ่มจากกายเนื้อมนุษย์ ...ความแข็งกระด้างเย็นเฉียบจากเนื้อเหล็ก บางทีพี่ชายของเขาก็มีอีกด้านที่เขาไม่รู้จักเหมือนกัน คงจะมีความลับบางอย่างที่บอกเขาไม่ได้ในตอนนี้ ปริศนาในการกลับมาของตัวตนของเขา สังหรณ์ที่ซ่อนไว้ในทุกสัญชาตญาณของมนุษย์กำลังร้องระงมอยู่ข้างหูของอัลฟอนส์ และมันก็กำลังเสียดแทงเข้าไปในความรู้สึกที่กำลังแกว่งไกว...
...แต่เขาก็เชื่อพี่...เชื่อโดยไม่มีที่ว่างในใจเหลือไว้เผื่อให้กับความสงสัยใดๆเลย
เสียงหวูดรถไฟก้องกังวาล... อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงสถานีแห่งอีสต์ซิตี้แล้ว
++++++++++++++++++++++++
พันเอกรอย มัสแตงหรืออีกนัยหนึ่งคือพ่อบุญธรรมของเขา ไม่มีท่าทีประหลาดใจเลยซักนิดเมื่อพบกับเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองที่ใบหน้าละม้ายคล้ายคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา
"อ้าว กลับมากันแล้วรึ?" รอยทักทายด้วยรอยยิ้มบางๆ เมื่อสองพี่น้องเดินเข้าในตัวบ้าน
"กลับมาแล้วครับ"
"เห็นอยู่ยังจะถามอีก"
อัลฟอนส์พูดตามความเคยชิน ส่วนเอ็ดเวิร์ดเองก็เป็นความไวของปากเช่นกัน
ชายหนุ่มผมดำนิ่งไปชั่วอึดใจเมื่อเห็นร่างคนที่เดินตามภรรยาของเขาเข้ามาก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่และก้าวฉับๆเข้ามาใกล้ หยุดยืนตรงหน้าเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง
"อัลฟอนส์"
"ครับ..."
อีกฝ่ายตกใจจนสะดุ้งเมื่อมือใหญ่ตะบบลงบนหัวและเริ่มขยี้จนเส้นผมยุ่งเหยิงไปหมด
"ทำอะไรน่ะครับ? คุณรอย" อัลฟอนส์ร้อง
ร่างสูงกว่าหัวเราะพลางชะโงกหน้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้แบบสุดๆ "ไม่มีอะไร ทุกทีต้องแหงนหน้าคุยกับเธอแล้วเมื่อยน่ะ คราวนี้ก็เลยรู้สึกดีใจ ฮ่าๆๆๆๆๆ"
อัลฟอนส์ยกมือขึ้นลูบผมให้กลับเข้าทรงเดิม ชักรู้สึกเห็นด้วยกับพี่แล้วว่าคนคนนี้มันช่างกวนประสาทจริงๆเลยพับผ่า
"ผู้พัน ผมเหนื่อยแล้ว จะไปนอนเลยนะ" เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบๆ
"ไม่กินข้าวก่อนเหรอ?"
"ไม่ ผมเหนื่อย" ว่าแล้วร่างเล็กก็เดินขึ้นชั้นบนของบ้านไป แต่ก็ยังไม่ลืมหันมาพูดกับน้องชายของเขา
"ราตรีสวัสดิ์นะ อัล"
"ราตรีสวัสดิ์ฮะพี่"
เสียงของผู้พันหนุ่มดังขึ้นมาลอยๆ
"ตามใจนะ ที่จะไม่กินอะไรให้มีแรงก่อนน่ะ" รอยที่เดินไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่เก้าอี้ต่อพูดขึ้นเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ปลายเสียงนั้นแฝงแววแปลกๆเล็กน้อย เอ็ดเวิร์ดเองไม่พูดอะไรต่อเขาเดินหายลับไปบนอาณาเขตชั้นสองของบ้านเป็นที่เรียบร้อย
...ทิ้งไว้ก็เพียงบรรยากาศที่น่าอึดอัดระหว่างเขากับบิดาบุญธรรมแค่สองคน
"เอ่อ...งั้นผมก็ไปนอนก่อนนะครับ"
เด็กหนุ่มทำท่าจะเดินเลี่ยงไปแต่ก็ถูกเรียกไว้ก่อน
"อัลฟอนส์"
"ครับ?"
อัลฟอนส์หันไปมอง ใบหน้าขาวของรอย มัสแตงเฉยเมยราวกับเป็นกระดาษรายงานว่างเปล่า เขาไม่เคยเกลียดผู้ชายคนนี้ แต่บางทีก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีความคิดบางอย่างที่ไม่น่าพิศมัยแอบซ่อนไว้เสมอๆ และคราวนี้ก็คงเช่นกัน...
"ลืมบอกไป...ยินดีด้วยนะ กับร่างของนาย"
"ครับ ขอบคุณ"
แม้จะเป็นถ้อยคำแสดงความยินดี แต่อัลฟอนส์กลับไม่ปลาบปลื้มซักนิด
"ไปนอนเถอะ อ้อ พรุ่งนี้นายต้องออกไปกับฉันนะ ตื่นแต่เช้าล่ะ"
"ไปไหนฮะ?"
รอย มันแตงยิ้มบางๆ และมัน...ก็เป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจสุดๆเช่นเดิม
"ไปศูนย์บัญชาการ"
++++++++++++++++++++++++
อัลฟอนส์นอนพลิกตัวกระสับกระส่ายอยู่ในความมืด เพิ่งรู้สึกว่าการนอนไม่หลับนี่มันช่างทรมานอย่างหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ เขาเองไม่ได้มีร่างกายที่ต้องการการหลับเพื่อพักผ่อนมาแรมปี ดังนั้นหากนอนไม่ได้ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด
แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เขาต้องพักผ่อน ต้องให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าฟื้นตัวปรับสภาพได้เพื่อที่จะได้รับภารกิจของวันใหม่ เริ่มต้นชีวิตได้อย่างสดใสราบรื่น แต่ไอ้ร่างกายทรยศนี่มันดันไม่ยอมฟังคำสั่งอีกแน่ะ
อัลฟอนส์รู้สาเหตุที่ทำให้เขานอนไม่หลับ เพราะรอยยิ้มชวนหงุดหงิดกับคำพูดแฝงความนัยของหมอนั่น ...พันเอกรอย มัสแตง เขาไม่ค่อยเข้าใจความหมายในสิ่งที่รอยพูดเท่าไหร่ แต่ท่าทางว่ามันจะเกี่ยวพันกับการที่เขาได้รับร่างกายคืนมา รู้สึกว่ารอยจะรู้อะไรบางอย่างและหมอนั่นกับพี่ต่างก็ช่วยกันปิดบังเขา
ทำไม? ทำไมถึงบอกเขาไม่ได้ ทั้งๆที่นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเขาโดยตรงแท้ๆ ไม่อยากจะสงสัยแต่เขาก็คิดว่าเอ็ดเวิร์ดต้องทำอะไรมาเพื่อที่ให้ได้หนทางให้เขาได้กลับร่างเดิม และดูท่าทางว่าทุกอย่างนั้นรอยจะเป็นผู้จัดการเสียด้วย
...ไม่มีสิ่งใดที่จะได้มาโดยไม่สูญเสียสิ่งใดไปเลย...กฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม
แล้วพี่ "แลก" กับอะไร?
เด็กหนุ่มเริ่มหงุดหงิดจนต้องสะบัดผ้าห่มทิ้งและลุกขึ้นเพื่อออกไปหาน้ำดื่มเผื่อใจจะเย็นลงมาบ้าง แต่แล้วขณะที่เขาเดินผ่านห้องของเอ็ดเวิร์ดก็ได้ยินเสียงบางอย่างแทรกมาแผ่วเบาปะปนกับอากาศในยามค่ำคืน
...มันเป็นเสียงครางแห่งความทรมาน...
อัลฟอนส์ลังเลใจ ความจริงมันก็ไม่แปลกซักเท่าไหร่กับเรื่องแบบนี้สำหรับสามีภรรยา เขาตั้งใจจะเดินผ่านไปให้เร็วที่สุดแต่แล้วหูเจ้ากรรมก็ดันได้ยินเสียงกรีดร้องบางอย่าง...
"...อ๊า...อัล.............."
"ใจร้ายจริงๆเลยนะ เจ้าเหล็ก คนที่กำลังกอดนายคือฉันแท้ๆ ยังจะเรียกชื่อคนอื่นอีก" เสียงของรอยที่แทรกผ่านออกมาฟังเย็นชาไม่น้อย
"คนอื่นที่ไหน?...อึก...เขาเป็น น้องชายของผม"
"น้องชาย ใช่สิ เธอก็แค่ต้องท่องคำนี้เอาไว้.."
"...อ๊ะ..........อื้อ..............อัล..."
"เรียกเข้าไปให้พอเถอะ เอ็ดเวิร์ด เสียใจให้พอ" น้ำเสียงของรอยฟังดูขื่นๆพิกล "แต่อย่าลืมล่ะว่า สิ่งที่เธอได้มา...ร่างกายของหมอนั่น ก็เพราะฉัน และที่เธอต้องทรมานแบบนี้ก็เพราะเธอต้องการให้ฉันหาร่างของหมอนั่นให้!"
"อื้อ...อ้ะ....อัล...อ๊า......................................อัล"
อัลฟอนส์ยืนตัวแข็ง ประสาทชาดิกกับสิ่งที่ได้รับรู้
....ในที่สุดเขาก็เข้าใจ...ว่าพี่ "แลกเปลี่ยน" กับอะไร.............?
++++++++++++++++
to be con... ถ้ายังมีคนอยากอ่านต่อ
เรื่องไปไม่ถึงไหน เพราะคนเขียนกำลังเอ๋อๆเหวอๆ แต่ถ้ามีคนอยากอ่าน(ถ้ามีนะ) คราวหน้าๆ ทุกอย่างจะเริ่มเฉลยแล้ว!!
อย่าลืมๆ ว่าเรื่องนี้ Si-Fi น่ะ (เหรอ?)
สำนวนเราแปลกๆแหม่งๆ รู้สึกว่าเขียนไม่ดีเลย สงสัยคงต้องพักยาว เขียนเรื่องนี้ทีไรสับสนทุกที สงสัยชื่อเรื่องเป็นอาถรรพ์ แหะๆ
ขอบคุณทุกๆความคิดเห็น ทุกคอมเมนท์ และทุกกำลังใจที่ให้เมื่อ entry ที่แล้วนะคะ คุวาริรู้สึกดีขึ้นมากๆเลยค่ะ ขอบคุณจริงๆ รักทุกคนเลยนะ แม้ว่าจะไม่รู้จักกันก็ตาม พวกคุณเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราแล้วล่ะ
ปล.ถึง เดสทาริซัง เราส่งเมล์ไปว่า "อ่านไม่ออก" เหมือนกันค่ะ (55+) เลยอ่านคอมเมนท์ยาวเป็นวาของเดสทาริซังไม่ได้เลย เสียใจ *กระซิกๆ* มาเม้นในนี้เลยดีกว่า (ถ้ายังจำได้นะคะ) แต่แค่ส่งเมล์มาเป็นวาก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ แต่(อีกและ) ก็อยากอ่านคอมเมนท์ของเดสทาริซังน๊า~
+++++++++++++++++++++++
โซนบ่น
ไม่อยากจะบอกเลยว่า.... ไม่พอใจ ไม่พอใจมากๆ รู้สึกว่า ไร้ความสามารถ มากๆๆๆๆของมากๆ ทำไมถึงได้ห่วยลงขนาดนี้เนี่ย... รู้สึกว่าฝีมือมันพัฒนาลง ทำไม?
พักยาว ได้ข่าวว่าคงต้องพักยาวแหงๆ เหมือนที่เคยพักไปเป็นปีและกลับมาอีกทีก็ต้องโละของเก่าทิ้งทั้งหมด นี่จะเป็นฟิกตอนสุดท้ายในชีวิตฉันไม่อีกเนี่ย? ฮ่วย....
เศร้าว๊อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
edit @ 2006/02/08 13:36:44
edit @ 2006/02/08 13:37:22
edit @ 2006/02/08 20:38:54

ว่าไงดี....จะว่ามันคงที่ก็ไม่เชิง แต่ดูแล้วเหมือนแอบๆ มีพัฒนาขึ้นนิดหน่อยละมั้ง
ภาษาดีจังค่ะ อ่านแล้วละอายในฝีมือตัวเอง มีต่อเถอะนะคะ ไม่ต่อจะตามไปสืบถึงหน้าบ้านเลย ^[]^
ก็เค้าชอบคู่นี้อ่า ถ้าแลกกับนายรอยนี่ล่ะก็ท่าทางจะขาดทุนน้อ
/me ตบตีรอย
#1 By Kinno61(รักน้องอัลสุดขั้ว) on 2006-02-08 14:04