FMA Fic : Turn back hiding I
posted on 19 Jan 2006 13:03 by kuwari in FANFICTIONหลังจากที่ห่างหายไปนาน เราก็มีฟิกเรื่องใหม่อีกแล้ว (กิ๊วกิ๊ว) พอดีเรื่องเก่าๆมันคิดพล๊อตไม่ออกน่ะ ก็เลยลัดคิวมาก่อนแล้วกันนะ ตอนแรกเรากะว่าจะให้เรื่องนี้เป็นภาคหนึ่งในซีรีย์ 'Brother Incest' แต่เขียนไปเขียนมาอารมณ์มันสะดุด (เราสะดุดเอง) ก็เลยยกยอดมาเป็นอีกเรื่องเลยแล้วกัน คิดว่าจะพยายามไม่ให้ยาวมาก แต่จะพยายามให้เรท (อ่าว?) แอบโลลิค่อนเล็กๆ (เอ๊ะ ยังไง) ขึ้นต้นมาอาจจะงงเล็กน้อย พอดีตอนเขียนมันมีแค่ประโยคเดียวในหัวนั่นคือ "อยากให้เอ็ดความจำเสื่อม" แล้วขยายไปขยายมาก็เลยได้เรื่องแบบนี้
จุดอ่อนอีกอย่างของเราคือการตั้งชื่อเรื่องได้ห่วยแตกแตนมาก ยกเว้นเรื่องที่ได้ชื่อก่อนแล้วค่อยเขียนแต่ก็มีน้อย...กลุ้มใจจังเลยนะมีใครเป็นอย่างข้าพเจ้าบ้างไหมเนี่ย?
ก่อนจะอ่านนะจ๊ะ ขอชี้แจงเรื่องการส่งฟิกของขวัญปีใหม่ 'Deep soul Armor' เล็กน้อย
สำหรับคนที่เพิ่งมาแจ้งเมล์นะจ๊ะ จริงๆต้องทำตามกติกาคือคอมเมนท์ด้วย มาขอทีหลังไม่ได้นา เพราะเราคิดว่าเป็นการเอาเปรียบคนที่เค้าอุตส่าห์มาคอมเมนท์ให้เราและได้รับน่ะ ทีนี้ เราก็เข้าใจอารมณ์อยากอ่านนะคะ เอางี้ คนที่เพิ่งมาขอเราอยากให้คุณคอมเมนท์ฟิกเรื่องนี้ก็ได้ค่ะ หรือเรื่องไหนในบล๊อคเราที่ชอบ(หรือไม่มี?) แล้วแจ้งอีกครั้งใน entry นะคะ จะเชคใน entry นี้เท่านั้นนะ ถ้าไม่ชอบเรื่องนี้ ไปเม้นเรื่องอื่นก็บอกด้วยนะว่าไปเม้นเรื่องไหนมา เราจะตามไปดู (อิๆ) แล้วขอนะ ไม่ใช่ว่าคอมเมนท์อย่างขอไปที เราให้เกียรติทุกท่านแสดงความคิดเห็นแล้ว ขอให้ท่านให้เกียรติผู้เขียนบ้างค่ะ ถ้าไม่ชอบไม่อยากเม้นแล้วถ้าเราไม่ส่งฟิกให้ ก็อย่าถือสากัน ก็เพราะคุณไม่ชอบนี่นาจะเอาไปทำไมล่ะ? จริงไหม?
มาลงเมล์กับชื่อไว้อีกครั้งนะ สำหรับคนที่มาโพสหลังวันที่ 10 นะคะ
คุวาริอาจจะพูดแรงไปนิด แต่ที่ต้องทำเพราะไม่อยากให้คนที่ไม่ชอบจริงๆได้ไป เรารักงานของเราเหมือนลูกของเรา ดังนั้นเราก็อยากให้คนที่ได้ดูแลลูกของเราเป็นคนที่เราไว้ใจค่ะ ถ้าท่านเป็นคนเขียนนิยายเหมือนกันคงจะเข้าใจนะคะ
เราเคยคิดจะเลิกเขียนหลายๆครั้ง เราเขียนนิยายมา 10 กว่าปีแล้วนะ(แต่ยังห่วยอยู่) (ต๊าย รู้อายุหมด) เจอปัญหามาก็มาก ทั้งการก๊อป การโดนดูถูก แต่เมื่อได้อ่านคอมเมนท์แม้เพียงน้อยนิดก็รู้สึกว่า เอ...ยังมีคนอ่านงานเราอยู่นะ ก็เป็นกำลังใจให้เขียนได้ค่ะ สำหรับคุวาริ ถ้ามีคนรออ่านงานของเรา แม้แค่เพียงคนเดียว ก็ยินดีที่จะเขียนให้ค่ะ มีพี่สาวอยู่คนนึงคอยจิก กัด ทวง และคอมเมนท์อย่างที่เรียกว่าไม่เคยเจอคอมเมนท์ที่ดีอย่างนี้มาก่อนเลย เป็นความคิดเห็นที่จริงใจทั้งติทั้งให้กำลังใจ เข็นจนเราเขียนนิยายที่มีคนอ่านแค่คนเดียวและยาวที่สุดในชีวิตเราให้จบได้ ซึ้งมากๆ นี่แหละค่ะ ความสำคัญที่ผู้เขียนต้องการให้คอมเมนท์
แล้วสำหรับท่านที่ได้ไปแล้ว ถ้าไม่มีคอมเมนท์กลับก็อาจจะพลาดคราวต่อไปนะคะ เพราะคุวาริตัดสินใจว่าบรรดาฉากเรทๆจะไม่เอาลงบล๊อคแน่นอน (เดี๋ยวโดนปิด) อาจจะตัดทอนบ้าง แต่จะมีเวอร์ชั่นเต็มๆส่งให้เหมือนเดิม ก็แน่นอนค่ะว่าเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มี
เอาล่ะ ชี้แจงจบแล้ว ไปอ่านกันเลยนะ (หรือจะมีคนเลิกเข้าบล๊อคเราเปล่าหว่า?) ...แล้วมันชี้แจงเล็กน้อยตรงไหนเนี่ย? ยาวเป็นวา...
*WARNING* YAOI and INCEST only
Fullmetal AlchemistFanfiction vol.5
Turn back hiding
seaching I
"พี่......."
เสียงก้องสะท้อนจากที่ไหนซักแห่ง ...คุ้นเคย...และอบอุ่นในหัวใจอย่างประหลาด เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองยังคงซุกหน้าลงกับหมอนนุ่มใบโต ดวงตาสีเดียวกันซ่อนไว้หลังเปลือกตาบางปิดแน่น
...ในมโนสำนึก เด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียว ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขากำลังหัวเราะอย่างเริงร่า รอยยิ้มจริงใจและในดวงตาที่จ้องมองมามันสะท้อนได้เพียงแต่ภาพเขาคนเดียว เอ็ดเวิร์ดเห็นแค่เงาของเขาเท่านั้นที่อยู่ในดวงตาคู่นี้ ...แค่เขา เท่านั้น
"พี่ฮะ...พี่..."
เสียงนั้นดังขึ้นอีก แต่ทำไม? ถึงรู้สึกเหมือนว่าห่างไกลอย่างนี้นะ แขนเรียวพยายามยกขึ้นไขว่คว้า แต่แทนที่จะได้เขากลับเป็นฝ่ายถูกจับเสียเอง โดยมือแข็งแกร่งเทอะทะที่มีแต่ความหนาวเย็น...
"....เฮือก!!"
ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวก่อนที่จะกระพริบตาปริบๆ แสงสว่างที่จ้าเข้ามาทำให้ต้องหรี่ตาลงชั่วขณะก่อนที่เขาจะเห็นรอบข้างได้ชัดเจน ผู้คนมากมายในชุดสีน้ำเงินกำลังยืนล้อมรอบเขาอยู่
"เอ่อ......."
"ฟื้นแล้วเหรอฮะ? พี่ เป็นไงบ้าง?" ชุดเกราะใหญ่หนาที่ยืนอยู่ประชิดเตียงทำเอาเอ็ดเวิร์ดตกใจ เขารีบดึงมือออกจากการเกาะกุมอย่างแรง
"พี่?" อัลฟอนส์งงกับท่าทีประหลาดๆของอีกฝ่าย
"เป็นยังไงบ้าง? เจ้าเหล็ก" หน้าตากวนโอ๊ย ของผู้พันตาตี่แห่งอีสต์ซิตี้ยื่นเข้ามา (รู้สึกว่าเราจะไม่เคยบรรยายหมอนี่ดีๆเลยนะ แหะๆ) "อึดสมกับเป็นเธอ โดนชั้นหนังสือล้มทับสามชั้นรวดยังไม่เป็นไรแบบนี้น่ะ ฮ่าๆ"
"ผู้พันอย่าพูดอย่างนี้สิครับ" อัลฟอนส์หันไปหาชายหนุ่มน้ำเสียงออกจะเคืองนิดๆ "เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับ" ประโยคหลังเขาหันไปหาพี่ชาย
"เจ็บ เอ่อ...ที่หัวน่ะ" เอ็ดเวิร์ดตอบงงๆ เขาพยายามคิดแต่ก็รู้สึกได้ถึงความว่างเปล่า "ว่าแต่...พวกนายเป็นใครเหรอ?"
ประโยคคำถามนั้นแม้จะเป็นรูปประโยคที่แสนเรียบง่ายตามหลักไวยากรณ์ แต่มันก็สามารถน๊อคทุกชีวิตในที่นั้นให้ลงไปดาวน์ดิ้นกับพื้น
"ง่า....พี่...จำพวกเราไม่ได้เหรอฮะ?" อัลฟอนส์กลั้นใจถาม แต่สิ่งที่ได้รับกลับมายิ่งทำให้ช๊อคหนักกว่าเก่า
"เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอ?"
รอยหันไปมองอัลฟอนส์ที่ถอยไปนั่งซึมอยู่ตรงมุมห้อง นิ้วเรียวลูบริมฝีปากอย่างครุ่นคิด
"ความจำเสื่อมงั้นเหรอครับ" ร้อยตรีฮาวอคออกความเห็น
"เธอชื่ออะไร? จำได้หรือเปล่า?" รอยไม่ได้ตอบฮาวอคแต่หันมาถามเด็กหนุ่ม
"ฉันชื่อเอ็ดเวิร์ด เอลริค" คำตอบนั้นทำให้ทุกคนโล่งใจ แต่ต่อมานี่สิ... "อายุ 10 ขวบ"
"เย้ยยยย!!!!!!!!!!!!" ทั้งห้องร้องพร้อมกัน
"พวกนายเป็นใคร? ที่นี่ที่ไหน? แล้วอัลน้องชายฉันอยู่ไหนล่ะ? ฉันจะกลับบ้าน อัล อัล!!!" เอ็ดเวิร์ดพยายามลงจากเตียงแต่เขาก็ทรุดลงนั่งกับพื้น ร้อนถึงเกราะหนาๆต้องปรี่มาประคอง
"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"
"ปวดขาแปลกๆแฮะ หือ?" ร่างเล็กเงยหน้า "นายเป็นใครน่ะ? ทำไมเสียงคล้ายๆอัลเลย"
อัลฟอนส์อยากจะร้องไห้ ก็ผมนี่แหละน้องพี่...แต่ก็พูดออกไปไม่ได้ ในเมื่อรอยส่งสัญญาณให้เขาเงียบไว้ก่อน ร่างใหญ่จึงอุ้มพี่ชายที่คิดว่าตัวเองเป็นเด็กอายุ 10 ขวบไปแล้ววางลงบนเตียง
"นอนพักก่อนนะครับ ไว้หายแล้วผมจะพากลับบ้าน พะ...เอ่อ...เอ็ดเวิร์ด" ถ้าอัลฟอนส์มีร่างก็คงเห็นว่าหน้าเขาแดงแค่ไหน
"ฮื่อ"
เอ็ดเวิร์ดที่ปกติจะไม่เชื่อใครกลับทำตามที่อีกฝ่ายสั่งอย่างว่าง่าย เขาก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ทำไมถึงยอมทำตามคนตัวโตใส่ชุดเกราะหนาๆบอกโดยไม่คิดจะขัดขืนซักนิดราวกับว่าทุกอย่างที่คนคนนี้บอกล้วนเป็นสิ่งที่เขาสามารถทำให้ได้อย่างเต็มใจอย่างนั้นแหละ
"งั้นพวกเราออกไปก่อน เธอนอนพักมากๆล่ะ" ผู้พันหนุ่มหันมายิ้มให้ ซึ่งอัลฟอนส์ก็พยายามมองว่ารอยยิ้มนั้นมีอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า
เสียงปิดประตูดังขึ้น และห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เอ็ดเวิร์ดน้อยๆพยายามคิดอย่างสุดความสามารถ เขารู้สึกคุ้นเคยกับคนพวกนั้นอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะกับชุดเกราะเหล็กใหญ่โต...
...คนคนนั้นเป็นใครนะ?...
++++++++++++++++++
"ความจำย้อนน่ะครับ"
นายแพทย์แห่งกองทัพเอ่ยขึ้นเมื่อถูกผู้บัญชาการแห่งอีสต์ซิตี้เรียกมาสอบปากคำ เอ้ย สอบถาม
"คงเพราะได้รับความกระทบกระเทือนที่สมอง ทำให้ความทรงจำย้อนกลับไปในอดีตน่ะครับ ลักษณะอย่างนี้มีสองกรณีครับ คือหนึ่ง ความทรงจำจะกลับไปในช่วงที่มีความสุขที่สุด กับสอง ความทรงจำจะเปิดในช่วงที่อยากลืมที่สุด ทั้งนี้เพราะกลไกปิดกั้นตัวเองได้ถูกทำลายลง" หมออธิบายยืดยาว "ส่วนจะกลับคืนมาเมื่อไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวเอง" (ปล.มั่วแล) เห้ย พูดอย่างนี้เหมือนไม่รับผิดชอบนี่หว่า...อัลฟอนส์คิด
"แล้วอย่างกรณีของท่านนักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหล ผมไม่แน่ใจว่าเป็นการย้อนในเคสที่หนึ่งหรือสอง แต่ถ้าสองก็มีสิทธิที่จะกลับเป็นคนเดิมเร็วกว่าหนึ่งครับ เพียงแต่มันอาจจะต้องเผชิญกับความโหดร้ายอยู่ซักหน่อย ก็เรื่องที่เขาอยากจะลืมนี่ครับ"
จบการบรรยาย ทั้งห้องก็เงียบกริบ ...เอ็ดเวิร์ดตอนอายุ 10 ขวบ นั่นหมายถึงตอนที่แม่ได้เสียชีวิตลง และเขาตัดสินใจที่จะชุบชีวิตขึ้นมา
"ขอบใจมาก ไปได้แล้ว" รอย มัสแตงเอ่ยกับนายแพทย์หนุ่ม ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำความเคารพและออกไปเงียบๆ
"เป็นตอนที่...แม่ของพวกเธอจากไปสินะ" ผู้พันหนุ่มพูดกับร่างเกราะเหล็กที่นั่งนิ่ง
"ครับ...แต่คิดว่าคงยังไม่ใช่ช่วงที่เรา"เริ่ม"หรอกฮะ ในเมื่อพี่ ยังถามหาถึงผมอยู่เลย ผม...ที่มีร่างกาย"
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง...
++++++++++++++++++
ร่างชุดเกราะเหล็กหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องผู้ป่วย เขาลังเลที่จะเข้าไปแม้ว่าอยากจะพบคนข้างในใจแทบขาด แต่ถ้าเข้าไป...แล้วเขาจะพูดว่าอะไรล่ะ? แนะนำตัวเองว่า "สวัสดีครับ ผมเป็นน้องชายพี่ชื่ออัลฟอนส์ เอลริค ที่อยู่ในชุดเกราะเพราะผมมีแต่วิญญาณที่พี่ตรึงไว้ หลังจากเสียร่างกายไปกลับการชุบชีวิตแม่"....งั้นเหรอ? เขาพูดได้เหรอ?
เขารู้ดีว่าพี่ในตอนนี้นั้นมีแต่ความหวังที่จะชุบชีวิตแม่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงให้ดำเนินชีวิตต่อไปได้ หากมันเป็นความทรงจำที่เลวร้าย....สำหรับเอ็ดเวิร์ดแล้ว ความทรงจำที่ต้องการลืมคือการที่ต้องสูญเสียแม่ไป ไม่ใช่การที่ตัวเองต้องเสียแขนขาและน้องชายต้องเสียร่างกายสินะ...
คิดถึงตรงนี้อัลฟอนส์ก็เจ็บปวดใจเล็กๆ แน่ล่ะ จะเอาเขาไปเทียบกับแม่ได้ไง และอีกอย่าง...ถ้าเป็นเขาก็อยากจะลืมเหมือนกันแหละ ไอ้ความทรงจำที่ต้องเสียแม่ไปนั่น...เขาอยากให้คิดว่ามันเป็นแค่ความฝันด้วยซ้ำ พอพรุ่งนี้ตื่นมา ทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม
ถ้าแม่ไม่ตาย...เขาก็ไม่ต้องเสียร่างกาย และได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่เขาเองก็จะไม่มีวันรู้เหมือนกันว่าพี่ชายรักเขามากแค่ไหน ถึงขนาดยอมสละได้กระทั่งชีวิต
...เพียงแค่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ ต้องสูญเสียอะไรไปมากเหลือเกิน...
...การจะได้มาถึงสิ่งหนึ่งย่อมต้องแลกมาด้วยอีกสิ่งหนึ่งที่เท่าเทียมกัน....
...แล้วมันคุ้มค่าแล้วเหรอ?
to be con...
ขอขอบคุณกับทุกๆความคิดเห็นที่มอบให้ ขอบคุณมากๆค่ะ ที่มีกำลังใจเขียนนิยายต่อได้เพราะคอมเมนท์นี่แหละหนา จะเลิกหลายทีแล้ว ท้อ....(มันต๊อมันแต๊)
ขอขอบคุณจริงๆค่ะ
EDIT นิดนึง ลืมบอกไป
'Deep soul Armor' เป็นฟิกที่จะให้เป็นของขวัญวันปีใหม่แก่ผู้ที่ทำตามกติกาข้างบน (ย้อนไปอ่านข้างบน + entry ชื่อ Brother Incest series ) เป็นฟิก ชุดเกราะอัล x เอ็ดNC-17 มหาศาลบานตะไท ไม่สามารถลงบล๊อคได้ เลยต้องแจกทางเมล์ค่ะ ถ้าต้องการของแปลก อย่าลืม คอมเมนท์ นะจ๊ะ อิๆ
อ้อ ส่งให้ถึงสิ้นเดือนมกราคม เท่านั้นน๊า
edit @ 2006/01/19 21:26:20
โอ...น้องร๊ากกกกกก

เอ๊ะ โอ๊ะ อ้าว!! to b con เสียแล้วเหรอคะ
> แล้วพอได้อ่านก็จะเจ็บปวด อิอิ ทรมานตัวเองดี
จริงๆพยายามจะอ่านฟิกของ kuwari นะแต่บางทีเปิดที่ทำงานแล้วมันอ่านลำบาก วันนี้เสี่ยงตายแอบอ่านอย่างลับๆล่อๆ เหอๆ แต่ก็คุ้มค่ามากจ้า
อ้อ ถ้าไม่เป็นการรบกวนขอฟิกด้วยได้ไหมจ๊ะเนี่ย in_silence@hotmail.com ขอบคุณล่วงหน้าจ้า~ <3
#1 By ★InSilence★ on 2006-01-19 15:17