FMA Fic : Factory of Confustion III
posted on 27 Nov 2005 22:52 by kuwari in FANFICTIONก่อนจะอ่านเรื่องนี้ คุวาริต้องขออำลาจากบล๊อคไป9 วัน(เลขงามมาก) เพื่อขึ้นเขาฝึกพลังวัตรค่ะ (เขียนถูกปล่าวหว่า?) ต้องตัดกิเลสให้หมด โอ้วววว ฉันจะทำได้ไหมนี่? ถ้ากลับมาแล้วตัวหื่นโดนล้างออกหมดล่ะแย่เลย 5555+
เลยมาอับเรื่องนี้ให้ก่อนจะหายไป แงๆคิดถึงเพื่อนๆทุกคนจัง (นอกเรื่อง) ขอความกรุณาติ-ชมด้วยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ อ้อ เราอาจใช้ภาษาแปลกๆไปบ้าง ช่วงนี้รู้สึกว่าเขียนฟิกสำนวนแปลกๆสมองไปไวกว่ามือ (พิมพ์ม่ายทัน) บางทีอาจเรียงคำสลับกัน ฮ่วย สับสน(ตามอัลแล้ว)
Factory Talk
แบบว่าเขียนไปเขียนมา มันหลุดโลกไปแล้วอ้ะ!! กรี๊ดๆๆๆ ไหง plot ได้มั่วปานฉะนี้ แบบว่ากลายเป็นแนว Si-Fi ไปแล้วนะคะท่านๆทั้งหลาย (ซวยเด่ะ ฉันชอบแนวนี้ซะด้วย) ไม่งั้นงานหน้าเอ็ดจะขี่จรวดไปแปรธาตุบนดาวอังคารแหงแซะ ฮ่วย!!!
ปล.ชื่อเรื่องแท้ที่จจริงไม่ใช่ความสับสนของอัล แต่เป็น ความสับสนของคนเขียน! กร๊ากกกกก
WARNING!!
พึงสังวรณ์ไว้เลยว่าเรื่องนี้ AU สุดๆ ตอนนี้ยังไม่มีความ Y สักเท่าไหร่ แต่คราวหน้า(คาดว่า)ไม่พลาด!!!!!
G for This chapter [maybe NC-17 for next]
Factory of Confusion III
ลำแสงสีแดงอ่อนของดวงอาทิตย์ยามเย็น สะท้อนเข้ากับชุดเกราะใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน ดูราวกับเป็นเครื่องประดับเสียมากกว่าจะเคลื่อนไหวได้...
อัลฟอนส์กำลังนั่นรอ...รอให้ใครซักคนกลับมาหลังปล่อยให้เขานั่งเฝ้าบ้านอยู่คนเดียว ปกติแล้วเขาจะต้องออกไปกับเอ็ดเวิร์ดทุกๆวัน ตระเวนไปตามห้องสมุดต่างๆบ้าง ไปคุยกับคนนู้นคนนี้บ้าง เพื่อหาเงื่อนงำของ "ศิลานักปราชญ์" ที่จะช่วยปลดปล่อยพวกเขาทั้งคู่ให้พ้นจากร่างกายต้องสาปนี้
แต่หลังจากที่พี่ชายเข้าพิธีแต่งงานกับพันเอกรอย มัสแตง และได้ทำการโอนให้เข้าเป็นลูกบุญธรรมภายใต้การดูแลแล้วนั้น ดูเหมือนกับว่าเอ็ดเวิร์ดเองก็มีบางอย่างที่ประหลาดไป
เขาไม่ให้น้องชายออกไปไหนมาไหนด้วย แถมยังไม่ออกไปจมอยู่ที่ห้องสมุดเป็นวันๆอีก แต่กลับไปอยู่ที่ตึกบัญชาการ แน่นอนว่าต้องเป็นห้องทำงานของรอยอย่างไม่ต้องสงสัย
...เกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายของเขา?
อัลฟอนส์ไม่อยากจะคิดอะไรที่เป็นการมองพี่ชายในแง่ลบ แต่บางทีการที่พวกเขาได้มีครอบครัวอันสมบูรณ์(เหรอ?)อาจทำให้เอ็ดเวิร์ดเองมีความสุขจนไม่ใส่ใจกับการที่จะได้ร่างเดิมคืนมาก็ได้ ออโต้เมลเองก็สะดวกสบายบางทีอาจจะดีกว่าแขนขาจริงๆเสียอีก
...แล้วตัวเขาล่ะ?
เด็กหนุ่มวิญญาณในชุดเกราะก้มลงมองมือของตัวเอง เขามีเพียงวิญญาณ...จะว่าไปแล้วหากอยู่ในสภาพนี้นั่นคือการมีชีวิตที่เป็นอมตะกลายๆ หากแต่เสมือนชีวิตที่ต้องถูกขุมขัง ไว้ในร่างกายอันน่ารังเกียจที่ตราบาปแจ่มชัด
...แล้วเขาจะอยู่ได้เหรอ?
............................................
"กลับมาแล้ว อัล"
เสียงที่ดังขึ้นฉุดความคิดหวาดผวาที่กำลังจมดิ่งให้ขึ้นมาได้โดยพลัน อัลฟอนส์เงยหน้าขึ้นมาพบกับรอยยิ้มสดใสของคนตรงหน้า
"มานั่งอะไรอยู่คนเดียวตรงนี้มืดๆ เข้าบ้านเถอะ"
เพราะคิดอะไรเรื่อยเปื่อยทำเอาไม่รู้ตัวเลยว่า ความมืดได้โรยตัวคลุมรอบกายเสียมิด ร่างเกราะเหล็กลุกขึ้นเดินตามพี่ชายเข้ามาในตัวบ้านสว่างไสว เขสมองร่างเล็กที่กำลังถอดเสื้อโค้ทออกพาดไว้กับเก้าอี้
"...แล้ว...คุณรอยล่ะฮะ? พี่"
อัลฟอนส์ถามเมื่อไม่เห็นพ่อบุญธรรมเขาเหมือนอย่างเคย
"โดนร้อยโทกักตัวไว้สะสางงานน่ะ เออ...นี่....." เอ็ดเวิร์ดพูดโดยไม่หันหน้ามา "พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันนะ"
"เดินทาง? ไปไหนเหรอ?"
"ไปทางเหนือ" ร่างเล็กตอบ "วันนี้พี่ได้ข้อมูลมา...เกี่ยวกับการหลอมมนุษย์..มีคนทำสำเร็จ...ที่นั่น..." เสียงของเอ็ดเวิร์ดตอนพูดฟังดูขาดๆหายๆชอบกล แต่อัลฟอนส์กำลังตกใจกับข้อมูลนั้นมากกว่าเลยไม่ทันสังเกตุ
"ว่าไงนะฮะ?"
"เตรียมตัวเดินทาง อัล" ในที่สุดเอ็ดเวิร์ดก็หันหน้ามา รอยยิ้มที่มีให้เขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง "พรุ่งนี้แหละ...ที่ฝันของเราจะเป็นจริง"
+++++++++++++++++++++++++
แม้จะบอกว่าเป็นทางเหนือแต่ระยะทางก็ไม่ได้ไกลอย่างที่คิด เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง(อดีต)สองพี่น้องเอลริค (เพราะจริงๆต้องเป็น "พี่น้องมัสแตง" แล้วสิใช่ไหม?^_^)ก็มาถึงเมืองเล็กๆที่อยู่ใกล้ชายแดนทางเหนือเมืองหนึ่ง
ภาพของเด็กหนุ่มผมทองร่างเล็กสวมโค้ทสีแดงติดตามมาด้วยชุดเกราะเหล็กร่างยักษ์น่าจะสะดุดตาไม่น้อยสำหรับผู้ไม่เคยพบเห็น แต่ก็น่าแปลกที่ที่นี่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครใส่ใจพวกเขาทั้งสองเลย อัลฟอนส์รู้สึกประหลาดใจด้วยซ้ำที่ในเมืองมีแต่คนใส่ชุดทหารเต็มไปหมด แถมเมื่อตอนที่จะเข้ามายังมีการตรวจตราอย่างละเอียดที่ประตูเมืองอีกด้วย
"พี่ฮะ" ร่างใหญ่เรียกเบาๆ ตั้งใจว่าจะถามแต่ก็โดนดักคอเสียก่อน
"มันแปลกๆใช่มั๊ยล่ะ?"
"อืม"
เอ็ดเวิร์ดพูดโดยที่ไม่หันมา "แล้วพี่จะเล่าให้นายฟัง แต่ตอนนี้เราต้องไปที่ที่หนึ่งก่อน"
ได้ยินอย่างนั้นแล้วอีกฝ่ายก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีก อัลฟอนส์เดินตามพี่ชายของเขาไปอย่างเงียบๆผ่านอาคารที่ตั้งอยู่สองข้างทาง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่แห่งหนึ่ง...
"สวัสดีครับ" เอ็ดเวิร์ดทักทายขณะเปิดประตูเข้าไปในตึกสีเขียวหม่นที่มีเถาไม้เลื้อยระโยงระยางอยู่ภายนอก
"มากันแล้วเหรอ" เสียงหนึ่งดังขึ้น และปรากฎร่างของชายหนุ่มเดินตรงเข้ามา "ยินดีต้อนรับ นักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหล"
หลังจากนั้น............
"รออยู่นี่ก่อนนะ"
เอ็ดเวิร์ดบอกอย่างนั้นกับเขาและหายเข้าไปยังห้องด้านในกับชายคนนั้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วนานพอที่จะทำให้คนใจเย็นเริ่มรู้สึกหงุดหงิด แต่แปลกแท้ๆ ทั้งๆที่เขาเป็นเพียงแค่ "วิญญาณ" แต่ทำไมจู่ๆถึงรู้สึกว่ากำลัง "ง่วง" ขึ้นมาได้
ความรู้สึกเหมือนกับตอนที่เป็นมนุษย์กำลังจู่โจมเข้ามาให้สัมผัส อัลฟอนส์รู้สึกเหมือนอนุสติที่กำลังเปิดอยู่ตลอดเวลากำลังหรี่ปรือและใกล้จะดับลง....ช้าๆ
ก่อนที่ทุกอย่างจะขาดหาย สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือสายตาของ "พี่ชาย" ที่ก้มลงมองเหนือร่าง....
+++++++++++++++++++++++++
...เกิดอะไรขึ้น?...
คำถามผุดขึ้นมาก่อนที่เจ้าตัวจะรู้สึกเสียอีก ทันที่ความทรงจำแล่นเข้ามาในสมองในหัวก็นึกไปถึงแต่ภาพสุดท้ายที่เขาเห็น พี่ชายเพียงคนเดียว...ที่ก้มลงเหนือร่างพร้อมด้วยสายตาบางอย่างที่แฝงไปด้วยความกังวลใจ
อัลฟอนส์รู้สึกฉุนจมูก...กลิ่นแบบนี้เคยรู้สึกจากที่ไหนสักแห่ง? ใช่แล้ว...เหมือนกลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลนี่เอง เหม็นจนแสบไปหมด
แต่เดี๋ยวก่อน............?
ทำไมเขาถึงได้กลิ่นพวกนี้ล่ะ?
เขาไม่น่าจะ "รู้สึก" ได้ไม่ใช่เหรอ?
เด็กหนุ่มลองขยับร่างกายทั้งๆที่ดวงตายังมองอะไรไม่เห็น เขาพยายามลืมตาแล้วแต่ทว่ามันก็หนักอึ้งเลยพุ่งเป้าไปที่แขนทั้งสองข้างก่อน...ไม่ได้ผล...นอกจากไม่เขยื้อนแล้วยังเจ็บแปลบตามร่างกายอีกด้วย
แต่เดี๋ยว...อีกที...?
ทำไมถึง "เจ็บ" ได้ล่ะ???
เด็กหนุ่มพยายามขยับปากเพื่อเปล่งเสียงออกมาแต่ลำคอกลับแห้งผากมีเพียงสัมผัสที่อากาศผ่านเข้ามาเท่านั้นให้รับรู้ได้ มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่???
พี่อยู่ที่ไหน??????
เสียงที่คล้ายๆบานประตูเปิดออกดังขึ้น ชะรอยว่าคนที่เข้ามาคงจะเห็นสภาพเหมือนปลาขาดอากาศของเขาแล้วจึงถลาเข้ามาหา
"รู้สึกตัวแล้วเหรอ? อัล"
...พี่....เสียงนั่นพี่นี่นา...เกิดอะไรขึ้นกับผม? พี่ทำอะไรกับร่างกายผม?....อัลฟอนส์เพียงแต่คิด ไม่ได้หลุดปากออกมา
"ไม่เป็นไรนะอัล นายฟื้นแล้ว...แสดงว่าการผ่าตัดประสบผลสำเร็จ" เสียงของเอ็ดเวิร์ดสั่นไปด้วยแววแห่งความดีใจ
ทันใดนั้นเอง...ร่างที่นอนอยู่ก็สะดุ้งเมื่อรับรู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างวางบนร่างกายเขา ด้านหนึ่งนุ่มและอบอุ่นแต่อีกด้านหนึ่งกลับแข็งเย็นเฉียบ...สัมผัสของออโต้เมล เป็นแบบนี้เองเหรอ?
"...พะ....พี่ฮะ....." ในที่สุดเขาก็เค้นเสียงพูดออกมาจนได้
"อัล..." เอ็ดเวิร์ดซบหน้าลงบนท่อนแขนของเขา "ในที่สุด...ในที่สุด"
ร่างเล็กยังคงพร่ำคำนั้นแม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร...
+++++++++++++++++++++++++
อัลฟอนส์ เอลริคเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้าเมื่อเอ็ดเวิร์ดเข็นรถที่เขานั่งอยู่มายังหน้ากระจกยาว ภาพในนั้นคือเงาสะท้อนของเด็กหนุ่มผมทองซอยสั้น ทั้งจมูก ตา และปากมีเค้าตอนเด็กแทบจะไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม แม้ว่าบางส่วนมันจะคล้ายๆไปทางคนที่ดันรถเข็นอยู่ก็ตามทีเถอะ
"นะ...นี่....ผม?" เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง...นี่คือร่างกายมนุษย์ของอัลฟอนส์อายุ 14 ไม่ผิดเพี้ยน
"ฮะๆ ไม่ใช่ความฝัน อัล ไม่ใช่ความฝัน" ท่าทางว่าเอ็ดเวิร์ดจะดีใจยิ่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก ร่างเล็กหัวเราะแทบจะตลอดเวลา
"ผมรู้ แต่พี่ฮะ...มันเกิดขึ้นได้ยังไง? ด้วยศิลานักปราชญ์เหรอ? แล้วทำไมพี่?" เขามองไปยังมือข้างหนึ่งที่เกาะอยู่ใกล้ๆของพี่ชาย
ใบหน้าร่าเริงของเอ็ดเวิร์ดเปลี่ยนไปทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินอ้อมมายังด้านหน้าและโน้มตัวลงจับไหล่ทั้งสองข้างของคนที่นั่งอยู่ไว้
"พี่สัญญาว่าจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง" เขาพูด "แต่นายต้องเดินให้ได้ก่อนนะ...อัล"
"อืม..."
"งั้นกลับห้องก่อนเถอะ"
เสียงรถเข็นดังเอี๊ยดอ๊าดขณะที่สองพี่น้องเดินไปตามทางยาวที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดในอาคารแห่งนี้ น่าแปลกที่ภายนอกแสนเก่าและโทรม แต่เมื่อหลุดเข้ามาก็ราวกับอยู่กันคนละโลก และที่สำคัญ...ดูยังไงที่นี่ก็ไม่ใช่โรงพยาบาล แต่มันคล้ายกับ "ห้องวิจัย" เสียมากกว่า
อัลฟอนส์สงสัย...สายตาปนความกังวลสุดท้ายของเอ็ดเวิร์ดก่อนที่เขาจะหมดสติไปนั้นคืออะไร? และทำไมเขาถึงกลับมามีร่างกายแบบนี้ได้ทั้งๆที่แขนขวาของพี่ยังคงเป็นแบบเดิม? ที่สำคัญ.......
...หวังว่าการได้ร่างกลับคืนมาคราวนี้ คงไม่ได้จากการแลกเปลี่ยน หรือ "สังเวย" อะไรอีก?
อัลฟอนส์สงสัย...แต่เขาก็มั่นใจในสัญญาของเอ็ดเวิร์ดที่จะเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง.....อีกไม่ช้า...แน่นอน...
....................
.........."พี่จะทำทุกอย่าง........เพื่อนาย"
to be con...
ขอขอบคุณทุกๆคอมเมนท์ และทุกคนที่เข้ามาทักทายกันนะค้า~~
ปล.ที่นี่จัดหน้ายากจริงๆ ถามจริงเหอะ ใครเป็นแบบเราบ้างเนี่ย?????
อ้อ ลืม ก่อนไปมีกลอนฝากไว้ เอามาจากบล๊อคnorin (ยืมหน่อยน๊า)
เกิดเป็นคน มีสมอง และสองมือ
มีปัญญา ให้ยึดถือ เป็นที่หมาย
แม้ไม่เก่ง แม้ยังอ่อน ต้องตะเกียกตะกาย
ก็อย่าหมาย ยืมคนอื่น มาหายใจ
ผลงานตัว สร้างสรรค์ ด้วยสมอง
ใครจะมอง ว่าห่วย ไร้ความหมาย
อย่าไปสน แต่จงยืด อย่างไม่ละอาย
นี่คืองาน ที่ฉันได้ สรรค์สร้างมา
เกิดเป็นคน มีสมอง มีความรู้
อย่าต้องอยู่ ด้วยความโง่ และอิจฉา
ถึงไม่เก่ง แต่ฝึกไป สักวันมา
อย่าอยู่อย่าง ไร้ค่า เพราะก๊อปงาน
ต่อต้านการก๊อปทุกกรณี!!!!
ประเด็นเรื่องน่าสนใมก หุๆ อยากอ่านต่อมากๆเรย อยากรู้ว่าอะไรที่แลกไป
จะขาดใจตายเพราะอยากรู้ตอนต่อมั้ยเนี่ยเรา
จะรอติดตามตอนต่อไปนะค้า
เเหะๆ
น้องเลิฟกลับมาแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
คลั่ง โฮฮฮฮฮฮฮฮ
ว่าแต่คราวนี้ - -....ไปแลกกับอะไรมาอีกน้อ
อย่าลืมกลับมาต่อนะคะ
#1 By อัสต้า[KAMIKAZE!!] on 2005-11-27 23:43