FMA Fic : Factory of Confusion II

posted on 11 Nov 2005 23:43 by kuwari  in FANFICTION

เกือบจะไม่ได้อับเสียแล้ว เนื่องจากว่าประสบปัญหาอย่างหนัก ตั้งแต่วันจันทร์ตื่นขึ้นมาก็เป็นอะไรก็ไม่รู้ จู่ๆก็ปวดคอเหมือนคนตกหมอน แล้วก็ลามไปยังแขนขวา พาลปวดหัวแบบสุดๆไปเลย จะว่าไมเกรนขึ้นก็ไม่ใช่ ปวดตั้งเกือบ 4 วันกว่าจะหาย นึกว่าสงสัยคงต้องเอาที่ดามคอมาใส่แล้วอะ แต่ว่าก็รอดมาได้นะ อืม...ร่างกายของมนุษย์นี่ซับซ้อนจริงๆเลย

เป็นโรคคนแก่บ่อยมากๆ จนชักสงสัยว่าตัวเองจะอายุไม่ยืน (หรือเปล่า?) เพราะแต่ละอย่างที่เราเป็น หมอบอกว่ามันน่าจะเป็นโรคของคนอายุ 40 ขึ้นไปนะ ตายละวา...หรือว่าที่จริงแล้วเราแก่ซะแล้ว นี่แหละผลของการไม่ดูแลร่างกายตัวเอง จะมาทำตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะ..เฮ้อ คนที่เข้ามาอ่านทุกคนคะ ตอนนี้ขอให้รักษาร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้นะคะ การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ (แต่การได้เงินเป็นลาภอันประเสริฐกว่า แฮ่...)

ว่าด้วยเรื่องของการ "มั่ว"

คนที่อ่านบล๊อคแรกๆของเราที่เราว่า เอ็ดกับอัลไม่ใช่พี่น้องกันนะ แหม...เราเองก็กุขึ้นมาเองล่ะค่ะ เรื่องเป็นพี่น้องกันน่ะของแน่อยู่แล้วใช่ไหม? มันก็คือการ "มั่ว" ดีๆนี่เองแหละนะ แต่เรายอมรับในการมั่วของเรานะ เพราะเราคิดว่าอะไรหลายๆอย่างในโลกนี้เกิดมาจากความมั่วเหมือนกัน ทั้งฟิกทั้งการ์ตูน และอื่นๆอีกสารพัด เราคิดว่า การมั่ว เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่จะสามารถแตกแขนงได้ออกไปอีกหลายๆอย่างนะ เราไม่ได้คิดว่าจะมั่วอย่างมีหลักการอะไรหรอก เพราะหลักการของเราก็คือมั่วเอาหนุกๆเท่านั้นเอง แต่ถ้ามันไปทำให้คนอื่นๆไม่พอใจก็ขอโทษด้วยนะคะ

เอาล่ะ มาด้วยเรื่องของการมั่วฟิกของเราต่อมา ตอนนี้ก็ยังมั่วอย่างเคย เหมือนเรื่องจะไม่ไปไหนเลยแฮะ แต่อืม...เขียนเรื่องนี้แล้ว ดันไปเขียนอีกเรื่องไม่ออกไปซะฉิบ สงสัย ลัทธิพี่น้องจะเบียดบังเนื้อที่ไปหมดแล้วง่า..

อ๊ะ! ดันบอกไปซะแล้วว่าเรื่องนี้คู่ไหน โอ้ว....

WARNING!! YAOI เช่นเคย

PG for this chapter

Factory of Confusion II

พิธีมงคลสมรสระหว่างพันเอกหนุ่มอนาคตไกล "รอย มัสแตง" และ นักเล่นแร่แปรธาตุของทางการที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ "เอ็ดเวิร์ด เอลริค" จัดขึ้นณ.ศูนย์บัญชาการทหารภาคตะวันออก โดยมีผู้บัญชาการสูงสุด คิงก์ แบรดลี่ย์ เป็นเจ้าภาพในงาน

ดูท่าทางว่าวันนี้ผู้พันมัสแตงจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะเสียงหัวเราะร่าและใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบไม่มีอะไรแอบแฝงนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนทั่วทั้งงานมองเห็น

...แต่กับอัลฟอนส์แล้วรู้สึกว่ามันแปลกพิกล...

ร่างใหญ่ในชุดเกราะเหล็กนั่งจุมปุ๊กอยู่ที่มุมหนึ่งในงานเลี้ยงยามค่ำ สายตามองผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาอย่างผ่านๆ

"มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวน่ะ? อัลฟอนส์คุง"

เสียงทักทายดังขึ้นใกล้ๆ และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับ ร้อยโทริซ่า ฮอว์คอายในชุดที่ออกจะแปลกตาอยู่ไม่น้อย วันพีชสีขาวเรียบๆที่ยาวกรอมเท้ารับกับเส้นผมสีทองสยายส่งให้ใบหน้าที่ดูเข้มงวดตลอดเวลาอ่อนโยนลงเป็นเท่าตัว

"ก็..ไม่มีอะไรหรอกฮะ เพียงแค่ตัวใหญ่ๆอย่างผม เดินเพ่นพ่านไปก็เกะกะคนอื่นเขา"

"ทำไมคิดเหมือนคนที่ถูกทิ้งอย่างนั้นล่ะจ๊ะ" ริซ่าทรุดตัวลงนั่งข้างๆเด็กหนุ่มชุดเกราะ "ถ้าเอ็ดเวิร์ดคุงรู้เข้า คงเสียใจแย่นะ"

อัลฟอนส์ไม่ตอบแต่สายตากลับจดจ้องอยู่ที่ร่างเล็กซึ่งยืนโดดเด่นท่ามกลางหมู่คน แม้จะอยู่ไกลแต่เขาก็สังเกตเห็นได้ว่าแก้มทั้งสองข้างของพี่ชายนั้นแดงเรื่ออยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น...ข้างๆที่ที่เขาเคยอยู่นั่น บัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยชายหนุ่มผมดำหน้าตายโสคนนั้น...

ร้อยโทสาวเหลือบมองคนข้างๆ แม้จะไม่มีสีหน้าให้สามารถสังเกตความรู้สึกได้ แต่หล่อนก็แน่ใจว่าในตอนนี้อารมณ์ของเอลริคคนน้องนั้นเป็นแบบไหน

"อัลฟอนส์คุง" ริซ่าวางมือลงบนไหล่แข็งๆของอีกฝ่าย "จริงๆไม่ต้องให้ฉันพูดเธอก็คงรู้ดีอยู่แล้ว..ว่าเอ็ดเวิร์ดน่ะ เขายอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ"

หญิงสาวยิ้มให้กำลังใจเขาก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในงาน ทิ้งคำพูดนั้นให้เด็กหนุ่มได้ขบคิด...ประโยคที่มีความหมายเดียวกันนั่น.กับที่พี่ชายเขาเคยพูดไว้..หรือว่าแท้ที่จริงแล้ว ร้อยโทจะรู้อะไรบางอย่าง...?

...อัลฟอนส์เริ่มรู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้เริ่มมีอะไร"บางอย่าง"ซะแล้ว...

+++++++++++++++++++++++++

อัลฟอนส์ตื่นขึ้นในเช้าของวันที่ไม่มีพี่ชายอยู่เคียงข้างเหมือนอย่างเคย จะว่าไปแล้วตั้งแต่เด็กมาเขากับพี่ชายก็อยู่ด้วยกันมาตลอด แทบไม่มีวันไหนเลยที่พวกเขาจะไม่ห่างกัน ร่างเหล็กนอนมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีสดใสจนน่าหงุดหงิดสำหรับคนที่กำลังสับสนในชีวิตอย่างเขา

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพียงสองสามครั้งและร่างอันแสนคุ้นตาก็เข้ามา

"พี่!??"

อัลฟอนส์ร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

"สะเพร่าจังนะนาย นอนไม่ล๊อคประตูเนี่ย" เอ็ดเวิร์ดยิ้มแฉ่งก่อนจะเดินเข้ามาเปิดม่านให้กว้างขึ้น "อากาศแบบนี้อุดอู้อยุ่ทำไม? ออกไปข้างนอกดีกว่าน่า"

"แล้ว...ผู้พันล่ะครับ?" เขาถามถึงพี่เขยที่ไม่อยากจะเอ่ยถึงเท่าไหร่ วินาทีนั้นเองเอ็ดเวิร์ดก็มีสีหน้าปั้นยากอีกครั้ง

"ช่างเขาเหอะ" ร่างเล็กเอ่ยเสียงเรียบ "เราไปหาข้อมูลของศิลานักปราชญ์กันต่อดีกว่า"

ว่าแล้วเจ้าตัวก็เดินดุ่มๆออกไป "มาเร็วๆซี่ อัล ช้าเดี๋ยวไม่รอนะ"

"คะ...คร้าบบ"

อัลฟอนส์รีบวิ่งตาม ถ้าเขาสามารถยิ้มได้ป่านนี้ปากคงจะฉีกถึงหูไปแล้ว พี่ก็ยังคงเป็นพี่คนเดิม ที่ยังรักเขา...และทำเพื่อเขา ไม่เปลี่ยนแปลง

+++++++++++++++++++++++++

"โย่ว เอ็ดเวิร์ด เอลริค ไม่สิ ตอนนี้เปลี่ยนเป็น เอ็ดเวิร์ด มัสแตง แล้วใช่ไหม?"

เสียงทักทายร่าเริงปนกวนๆแบบนี้จะเป็นใครได้ นอกจาก...

"อรุณสวัสดิ์ครับพันโทฮิวจ์" ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ "แล้วก็...เลิกพูดเรื่องนั้นซักที"

"แหม อย่าทำเขินไปเลยน่า เค้ารู้กันไปทั่วเซ็นทรัลแล้ว ว่าแต่จะดูรูปไหมล่ะ เป็นตอนที่อลิเซียของชั้นได้ดอกไม้จากนายเชียวนา~"

เอ็ดเวิร์ดหัวเราะแหะๆพลางคิดถึงงานเมื่อวานที่ฮิวจ์ขอร้อง(แกมบังคับข่มขู่)ขอแบ่งดอกไม้เจ้าสาวให้กับลูกสาวตัวน้อยของเขาที่มาร่วมงานด้วย ไม่ใช่ว่าอยากจะให้อลิเซียเป็นเจ้าสาวคนต่อไปหรอกนะ (แน่ล่ะ!) เพียงแต่นางฟ้าตัวน้อยรบเร้าอยากได้ต่างหาก และมีหรือที่บิดาผู้เทินลูกไว้เหนือหัวอย่างฮิวจ์จะกล้าขัดใจ

"เตรียมใจไว้เถอะนะ เอ็ด นายจะต้องโดนแซวไปอีกนานนน..." ฮิวจ์หัวเราะอย่างร่าเริง ต่างกับอีกคนที่หน้ามุ่ยอย่างเห็นได้ชัด

"ผมไม่ได้แต่งงานเพราะอยากดังซักหน่อย"

"ฉันรู้น่า มันเกิดขึ้นจากความรักของนายกับมัสแตงใช่ไหมล่ะ...อืม ฉันเองก็อยากจะให้เจ้านั่นหาเจ้าสาวซักที ที่ไหนได้ดันเป็นนายซะนี่ ฮ่าๆๆๆๆๆ"

พันโทลูกหนึ่งพยักหน้าอย่างกับว่าเข้าใจโลกดีอย่างที่สุด

"พี่ฮะ ผมเอาข้าวเช้ามาให้แล้ว อ้าว คุณฮิวจ์ สวัสดีครับ"

อัลฟอนส์ที่หอบหิ้วข้าวของมาเต็มอ้อมแขนใหญ่เอ่ยปากทักทายอย่างนอบน้อมเมื่อเห็นว่ามีใครนั่งอยู่กับพี่ชายของเขา

"ว่าไง อัลฟอนส์คุง เอ๊ะ! ทำไมเอ็ดถึงไม่ไปกินข้าวที่โรงอาหารล่ะ?"

"ก็รำคาญพวกที่ชอบแซวอย่างคุณน่ะสิ" ร่างเล็กคุ้ยของกินที่น้องชายเอามาให้ "ทานด้วยกันไหมล่ะครับ?"

"ไม่ดีกว่า...เดี๋ยวต้องไปประชุม ท่านผบ.น่ะสิถือว่ามาที่อีสต์ซิตี้ทั้งทีเลยจัดประชุมนอกรอบซะเลย เซ็งเป็นบ้า" ผู้สูงวัยกว่าบ่น "มัสแตงก็เหมือนกัน ไอ้เราก็นึกว่าข้าวใหม่ปลามันอย่างหมอนั่นจะหยุดงาน ดั๊นบ้าจี้เอากับเขาอีกน่ะ เลยต้องทิ้งเจ้าสาวให้มานั่งกินข้าวกับน้องชายเนี่ย"

ฮิวจ์พูดโดยไม่ทันสังเกตถึงปฏิกิริยาของสองพี่น้อง ที่ต่างแน่นิ่งกันไปคนละแบบ

"งั้นฉันไปก่อนนะ อ้อ จริงสิ เอ็ด"

"ครับ?"

"มัสแตงคงเตรียมเอกสารไว้เรียบร้อยแล้ว เรื่องรับอัลฟอนส์เป็นลูกบุญธรรมน่ะ บ่ายๆนายลองไปคุยกับเขาละกัน"

"อ้อ ครับ ขอบคุณพันโท"

ฮิวจ์เดินจากไปแล้ว เหลือเพียงสองพี่น้องที่นั่งกันเงียบๆใต้ต้นไม้ใกล้ๆตึกบัญชาการ ดวงตาสีทองเฉกเช่นกับเรือนผมเงยหน้าขึ้นมองอาคารสูงตระหง่าน ตอนนี้คนที่ได้ชื่อว่าเป็น "สามี" ของเขาคงกำลังประชุมอยู่ณ.ห้องใดห้องหนึ่งในนั้น...

"พี่ฮะ"

เสียงก้องๆของน้องชายในชุดเกราะเอ่ยขึ้นขัดจังหวะความคิดที่ล่องลอย

"หือ? ว่าไงอัล"

"พี่จะเอาจริงเหรอ? เรื่องรับผมเป็น...ลูกบุญธรรมน่ะ"

คำถามนั้นแม้ว่าจะมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วแต่เอ็ดเวิร์ดเองก็ไม่อยากที่จะพูดถึงมัน ร่างเล็กนิ่งไปซักพักก่อนที่จะตัดสินใจเอ่ยขึ้น

"อัล พี่บอกนายเสมอใช่ไหม? ว่าพี่จะทำทุกอย่างเพื่อนาย"

"ครับ" อัลฟอนส์พยักหน้า

"ถ้าอย่างนั้น ขอให้เชื่อใจพี่..."

ร่างเล็กผมทองค่อยๆใช้สองมือโอบร่างเทอะทะให้เข้าหาตัว ความเย็นเฉียบจากเกราะเหล็กไม่ทำให้ความรู้สึกอบอุ่นในใจเจือจาง แม้จะมีเพียงแค่วิญญาณแต่น้องชายของเขาก็เป็นมนุษย์ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกถึงกันได้เสมอ

อัลฟอนส์นิ่งไปก่อนที่จะยกแขนใหญ่ขึ้นกอดตอบพี่ชาย ร่างกายของเอ็ดเวิร์ดดูจะเล็กเสียจนเหมือนจะจมหายได้ไปในร่างของเขา...ทั้งๆที่กำลังโอบกอดกันอยู่แท้ๆแต่ก็ไม่ได้รับรู้ถึงรสสัมผัสของผิวเนื้อนุ่มนิ่มนี้เลยซักนิด ถ้าเขากลั่นน้ำตาออกมาได้ ก็อยากจะร้องไห้อยู่หรอก...

"ผมเชื่อพี่...เชื่อเสมอ"

......สูงขึ้นไปบนตึกบัญชาการ สายตาของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำมองลงมายังร่างสองร่างที่กำลังอิงแอบกันอยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ข้างตึก รอยยิ้มเจือจางฉาบบนริมฝีปากบาง ซึ่งไม่ว่าใครที่เห็นแล้วคงจะรู้ถึงความหมายที่แอบแฝงอยู่เป็นแน่...

+++++++++++++++++++++++++

เอกสารทุกอย่างพรั่งพร้อมเหลือเพียงรอเจ้าของชื่อเซ็นกำกับเท่านั้น อัลฟอนส์จดๆจ้องๆอยู่สักครู่ก็ได้ตัดสินใจหยิบปากกาและตวัดลายมือลงไปณ.บัดนี้เขากลายเป็น "ลูกชาย" ของครอบครัวมัสแตงเป็นที่เรียบร้อย

"เอาล่ะ ทีนี้ก็เก็บข้าวของย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านฉันได้ ตั้งแต่วันนี้เลย"

"เอ๋? ผู้พันมีบ้านด้วยเหรอครับ" อัลฟอนส์ถามแต่แล้วก็ต้องเงียบเมื่อดวงตาดุๆหันมา

"จุ๊ๆ เลิกเรียกผู้พันได้แล้ว ต่อไปนี้นายต้องเรียกฉันว่า..." เงียบไปพักนึง "ป๊ะป๋า"

"ป๊ะป๋างั้นเหรอ?" ....นั่นคือสิ่งที่สักขีพยานทุกคนในห้อง(อันได้แก่ ฮิวจ์ ฮอว์คอาย และฮาวอค)คิดเหมือนกัน

"แต่ว่า....มัน...แปลกๆ ขอเป็น คุณรอยละกันนะครับ" อัลฟอนส์พยายามต่อรองอย่างยิ่งยวด ต่อให้โลกถล่มแผ่นดินทลายหรือพันตรีอาร์มสตรองไม่โชว์กล้าม เขาก็ไม่มีวันเรียกผู้ชายคนนี้ว่า "ป๊ะป๋า" หรอก

"ว้า...อุตส่าห์มีลูกชายกับเขาทั้งที ก็ได้ๆ ตามใจนาย" รอยทำท่าเหมือนผิดหวังเสียเต็มประดา แต่มันก็ทำให้คนในห้องถอนหายใจอย่างโล่งอก

"นายก็เหมือนกัน เอ็ดเวิร์ด เลิกเรียกฉันว่าผู้พันได้แล้ว เราเป็นสามีภรรยากันนะ"

"ผมจะเรียกอย่างนี้ ใครจะทำไม?"

ร่างเล็กลอยหน้าลอยตาตอบอย่างกวนประสาท ถึงแม้จะเปลี่ยนสถานะแต่นักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหลคนนี้ก็ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ซึ่งจุดนี้ทำให้อัลฟอนส์โล่งใจ

รอยเหลือบดวงตาเรียวเล็กมองเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจ "ก็ได้ๆ วันนี้ฉันอารมณ์ดีหรอกนะ"

"ง่า...คุณรอย ตกลงว่ามีบ้านด้วยงั้นเหรอครับ?" อัลฟอนส์ถามคำถามเดิมที่ยังไม่ได้รับคำตอบ

"ใช่สิ คิดว่าฉันจะมีครอบครัวโดยปราศจากสิ่งนี้ได้ยังไง" มัสแตงกล่าว "ไปเก็บข้าวของซะ แล้วจัดการได้เลย ฮาวอค"

"ครับ ผู้พัน" ร้อยตรีหนุ่มผมทองรับ

"ช่วยพาสองคนนี้ไปด้วยล่ะ ฉันมีอะไรต้องสะสางนิดหน่อย"

"ได้ครับ"

"แล้วก็..." ผู้พันหนุ่มหันมาทางภรรยาตัวน้อยของเขา "หวังว่าที่บ้านจะมีน้ำอุ่นๆไว้คอยต้อนรับสามีนะ"

เอ็ดเวิร์ดไม่ตอบแต่แลบลิ้นใส่เขาก่อนจะเดินออกไปแล้วปิดประตูดังปัง โดยมีอัลฟอนส์และฮาวอควิ่งตามออกไป

"นายนี่น๊าชอบแกล้งเอ็ดเวิร์ดซะจริงๆ นี่ขนาดแต่งงานกันแล้วนะ" ฮิวจ์บ่น

"สิ่งที่น่ารื่นรมย์ ยังไงมันก็น่ารื่นรมย์วันยังค่ำแหละ" นักเล่นแร่แปรธาตุอัคคีหัวเราะหึๆในแบบของเขา แน่นอน...ว่าคนอื่นฟังแล้วมันไม่น่าอภิรมย์อย่างที่เจ้าตัวรู้สึกนักหรอก

...ร้อยโทสาวได้แต่เฝ้าเก็บความเป็นห่วงนั้นไว้ลำพัง ขณะที่มองออกไปทางประตูที่เพิ่งลับร่างของสองพี่น้องเอลริคไปเมื่อสักครู่...

ทู บี คอน จ้า...


edit @ 2005/11/11 23:43:59

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

งานแต่งครั้งนี้น่าเคลือบแคลงแฮะ... = =;
อ่านๆไปแล้วเหมือนรอยให้เอ็ดแต่งงานด้วยแลกกับสิทธิพิเศษบางอย่างเลย

สับสนแทนอัลพิกล มีพี่ชายแต่กลายเป็นแม่ เชียร์ลูกชายให้ตีท้ายครัวขาดใจค่ะ

#1 By เดสโทราตี้! on 2005-11-14 00:31

อัลสู้เค้า! ตีท้ายครัวปะป๋าให้ได้เน้อ

#2 By ... (203.146.46.199) on 2005-11-15 09:38


เอาอี๊กกกกกกก.....น้องอัลลลล จากปล้ำพี่ จะกลายเป็นปล้ำแม่แทนแล้วรึ โฮ๊วววว
แอดเช่นกันฮ๊า.....เพื่อร่วมอุดมการณ์ อัลเอ็ด งุงิ >.<

#3 By อัสต้า[KAMIKAZE!!] on 2005-11-15 18:08

หุๆ ตามามาดูแล้วก้ติดบ่วงฟิคท่านคะ เราชอบอ่านฟิคFMA ที่สุดเร้ย XD
แนวนี้ก็สนุกดีค่ะ มันน่าสงสัยจริงๆด้วย
สงสารอัลมากค่ะ จะรอตอนต่อไปนะคะ

#4 By Tsukasa on 2005-11-18 02:05

รอ ร๊อ รอ มะไหร่จะมาต่อน้า
^^ รออยู่น้าค้า

#5 By melody (61.91.120.250) on 2005-11-21 19:03

อยากอ่านอีกง่า

#6 By +[ShiNa]+ .. Of .. Sof@*J|2 on 2005-11-25 20:08

ตีท้ายครัวเลยอัลคุงงงงงงงงงงงง

#7 By น้องไค (203.121.131.3 /221.128.91.156) on 2006-10-07 12:49