ติดเกมซะแล้ว! + FMA fic : Factory of Confusion I
posted on 01 Nov 2005 21:42 by kuwari in FANFICTIONไม่ได้อับเสียนาน เนื่องจากช่วงนี้กำลังติดเกมอย่างหนัก เปิดคอมทีไรก็เล่นแต่เกมจนลืมวันลืมคืนไปเลย แย่ๆ
เกมที่ติดอยู่ตอนนี้คือ The sims 2 จริงๆอยากเล่นมานานแล้วแต่ไอ้แก่ที่บ้านสมรรถณะสูงส่ง ถ้าลงมีหวังเครื่องดับ พอดีสบโอกาสถอยเครื่องแม่ก็เลยล่อการ์ดจอซะรุ่นใหม่สุด เล่นได้สมใจอยากล่ะ เท่านั้นแหละคุณเอ๊ย! บ้าไปเลยค่ะ
เกมนี้กราฟฟิคเค้าสวยจริงๆเลยนะ ทั้งแสง ทั้งเงา สุดยอดเลย แถมยังมีอะไรฮาๆอีกเยอะ เรายิ่งเป้นพวกเล่นแบบไม่เหมือนชาวบ้านเสียด้วยซี ยังไม่ได้ลองสร้างน้ำรอบบ้านเหมือนที่เล่นภาคที่แล้วเลย ฮ่าๆ ก็น่าลองเหมือนกันนะ เสียดายอย่างเดียวที่พวกเฟอร์นิเจอร์ไม่หลายหลายเหมือนรุ่นเก่า (แหงล่ะ มันมีตั้ง 8 ภาค) แต่ก็สวยงามจับตา เราสร้างลูกชาย - เคียวคุง เอาไว้ น่ารักเป็นบ้าเลย ตอนนี้ก็โตแล้วกำลังพยายามหาสามีให้อยู่เนี่ยรักกับพี่ดายไปเรียบร้อยแต่น้องเคียวไม่พอค่ะ จะเอาอีก เฮ่อๆๆ
พูดถึงเคียว เดี๋ยวนี้เราไม่ได้แต่งฟิก Dir en Grey เลย แต่ก็อีกไม่นานหรอกนะ ยังไงก็ฟังเพลงอยู่ทุกวัน ช่วงนี้ขอนอกใจไปหาเอ็ดก่อนนะเคียวจ๋า ยังไงก็ตัวเตี้ย หัวทองเหมือนกันอ่า... (ใครว่าชั้นตัวเล็กเท่าแบคทีเรียต้องส่งกล้องจุลทรรศดู ห๊า!!!) -- (ไม่มีใครพูดถึงขนาดนั้นเฟ้ยเจ้าเอ็ด!)
และในที่สุด ฟิกเรื่องนี้ก็ได้เอาฤกษ์เอาชัยจนได้ หลังจากที่เกริ่นไว้เมื่อ entry ที่แล้ว เปลี่ยนเนื้อเรื่องนิดหน่อยเนื่องจากเพิ่งนึกออก (ฮา)
WARNING!! YAOI ONLY and AU จ้า!!!
เป็นแนว AU จ๊ะ แต่งตามใจฉันเช่นเดิม ตอนนี้ยังไม่มีเรท แต่...อนาคตไม่แน่ ฮี่ๆๆๆ
Factory of Confusion
ว่ากันว่าช่วงวัยรุ่นในระหว่างการก้าวจากเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่นั้น นับเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต หลายๆอย่างที่ต้องตัดสินใจ และหลายๆเรื่องเข้ามารบกวนความคิด อาจทำให้จิตใจหันเหแปรเปลี่ยนไปได้โดยง่าย...
สงสัยว่าเวลานั้นของ อัลฟอนส์ เอลริคจะมาถึงเร็วไปซักหน่อย กับเด็กชายอายุ 14 ปี ที่มีเพียงวิญญาณอยู่ในร่างชุดเกราะยักษ์
ปกติแล้วอัลฟอนส์เป็นเด็กที่อ่อนโยนร่าเริงและมีจิตใจงดงาม เยือกเย็นอยู่เป็นนิดซึ่งก็สมควรแล้วกับการที่มีพี่ชายอันแสนมุทะลุบ้าบิ่น แต่มาคราวนี้ ในหัวใจของเด็กหนุ่มกำลังรู้สึกสับสนอย่างหนักกับสิ่งที่เขากำลังจะได้รับรู้ต่อไปนี้
"ง่า......ว่าอะไรนะฮะพี่?"
"ก็...เอ่อ...แบบว่า...."
เอ็ดเวิร์ดเอานิ้วชี้สองข้างจิ้มกันอย่างน่ารักน่าเอ็นดู แต่สำหรับอัลฟอนส์แล้วมันรู้สึกขัดหูขัดตาชอบกล แน่ล่ะ...ไอ้ท่าทีอย่างนี้ของพี่น่ะ มัน "เคย" เกิดขึ้นได้ง่ายๆซักเท่าไหร่เล่า
ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้หมอนี่........
"ไม่ต้องอ้ำอึ้งหรอกเจ้าเหล็ก ก็บอกอัลไปสิว่า นายจะ แต่งงาน กับฉัน"
ไอ้ตี๋ขี้เก็กที่นั่งในห้องเอ่ย (ขออภัยแควนๆ ผู้พันไว้ณ.ที่นี้ด้วย) ซึ่งปกติแล้วเขารู้สึกเฉยๆมาตลอด มีเพียงเอ็ดเวิร์ดเท่านั้นที่กระโดดกัดกันได้ทุกครั้งเมื่อพบหน้า แต่กัดกันไปมาไหงลงเอยแบบนี้ได้ล่ะ!?
โธ่...รู้งี้หาเรื่องทะเลาะกับพี่บ่อยๆดีกว่า เอ๊ย...นอกเรื่อง.......
ร่างใหญ่ทรุดตัวลงนั่งเอามือกุมขมับ แม้ว่าจะไม่สามารถเจ็บปวดได้จริงๆก็เหอะนะ แต่ความรู้สึกในใจตอนนี้มันวิ่งวนอย่างบ้าคลั่ง
"อัล...คือพี่..."
เอ็ดเวิร์ดยื่นหน้าเข้าไปใกล้น้องชาย มือเล็กแบบบางแตะลงที่ไหล่อันเย็นเฉียบ
"ผมไม่เป็นไร แค่สับสนเท่านั้น" อัลฟอนส์ตอบด้วยน้ำเสียงที่อธิบายตามคำพูดนั้นจริงๆ
"งั้นจะบอกอะไรให้อีกนะ หลังจากแต่งงานกับเอ็ดเวิร์ดแล้ว ฉันจะรับนายเป็นลูกบุญธรรมด้วย" เสียงเรียบๆแฝงไว้ด้วยสำเนียงไม่น่าอภิรมณ์ตามแบบของรอย มัสแตงดังลอยๆเข้ากระทบหู(ที่สมมติว่ามี) เท่านั้นเองอัลฟอนส์ก็รู้สึกเหมือนจะปวดหัวขึ้นมาจริงๆ เขาลุกพรวดแล้วหันไปหาคนที่อยู่ข้างๆทันที
"ว่าอะไรนะ?..พี่....."
"เอ่อ..." เอ็ดเวิร์ดทำหน้าปั้นยาก "คือยังไงล่ะ ผู้พันบอกว่าถ้าทำอย่างนั้นแล้วจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องสถาณภาพของนายน่ะ"
...ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาแป๊ะอะไรล่ะ? มันจะยิ่งยุ่งสิไม่ว่า...
"อัล.." เสียงเรียกของพี่ชายทำให้เขาต้องหันมามอง "โกรธเหรอ?"
...ให้ตายเหอะ อย่าทำสีหน้าอย่างนั้นได้ไหม? ผมชินกับพี่ที่ขี้โวยวายและเอาแต่ใจมากกว่านะ อะไรกันเนี่ย? ไอ้เจ้าผู้พันนั่นทำอะไรกับพี่ถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้...
"อัล..."
"ไม่ ...ผมจะโกรธพี่ได้ไง ในเมื่อ...สิ่งนี้คือความสุขของพี่น่ะ"
สองพี่น้องเข้าโหมดซึ้งได้ไม่นาน เสียงน่ารำคาญ(ในความคิดของอัล)ก็ดังขึ้นมาซะก่อน
"เอาล่ะ ฉันดีใจที่นายเข้าใจนะอัล ทีนี้ก็เตรียมตัวไว้ พิธีจะจัดในอีกสามวัน" รอยยิ้มบางเบาที่ไม่เคยให้ความรู้สึกว่าจริงจังฉาบบนเรียวปาก
"ต่อไปนี้เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ ลูกชาย..."
+++++++++++++++++++++++++
อัลฟอนส์ นั่งมองพี่ชายที่กำลังจัดแจงข้าวของอยู่ในห้อง เป็นโชคดีเหลือเกินที่เอ็ดไม่ต้องใส่ชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวอย่างที่จินตนาการไว้ แต่ต้องแต่งเป็นชุดทหารแทน ดูเหมือนว่าพิธีแต่งงานจะจัดอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะพันเอกของรอย โดยมีท่านผบ.สูงสุด คิง แบรดลี่ เป็นผู้ทรงเกียรติในงานนี้
ดูเหมือนว่าเอ็ดเวิร์ดเองจะตื่นเต้นเหมือนกัน เขาเอาชุดทหารที่ได้มาแต่ไม่เคยใส่ออกมาแขวนอย่างเรียบร้อย
"นี่...พี่ฮะ"
"อะไรเหรอ?" เด็กหนุ่มผมทองขานรับโดยที่ไม่ได้หันหน้ามา
"ผมถามจริงเหอะ พี่ไปรักกับผู้พันตอนไหน?"
แคร้ง....
สิ้นคำถาม ไม้แขวนเสื้อในมือก็หล่น เอ็ดรีบก้มลงเก็บพร้อมมีสีหน้าลนลานอย่างเห็นได้ชัด
"ถามอะไรฟะ? อัล เรื่องอย่างนี้จะเล่าได้ไง" ร่างเล็กหัวเราะแห้งๆแต่ใบหูที่อัลเห็นจากด้านหลังแดงเล็กน้อย
"ก็แหม..." น้องชายชุดเกราะถอนหายใจ "ผมแค่อยากรู้ว่าผู้พันเค้าแย่งพี่ไปจากผมได้ตอนไหนน่ะสิ"
...ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย อัลฟอนส์รู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่เอ็ดเวิร์ดจะได้มีความสุขกับเขาเสียที หลังจากที่เจอกับสิ่งเลวร้ายมาหลายต่อหลายอย่างนัก เพราะมีเขาเป็นน้อง พี่ชายถึงต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ (ทั้งๆที่ความจริงก็ไม่ได้เหมือนซักเท่าไหร่) แต่ก็อย่างว่าแหละ ทำไมถึงต้องเป็น รอย มัสแตง คนเจ้าเล่ห์คนนั้นด้วยนะ?
"อัล" เอ็ดเวิร์ดหันหน้ามา ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆและเอนศีรษะซบกับไหล่แข็งๆเย็นเฉียบ ความยะเยือกนั้นทำเอาร่างเล็กสะท้านเข้าไปในอก ...ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ นายคง....
"พี่จะทำทุกวิถีทาง ให้นายกลับเป็นอย่างเดิมให้ได้"
"เอ๋..นั่นไม่ใช่คำตอบนี่ครับ" อัลฟอนส์พยายามก้มมองหน้าพี่ชาย แต่เส้นผมสีทองที่ตกลงปรกปิดบังไปกว่าครึ่ง "พี่ฮะ..."
"อัล" แขนขวาข้างที่เย็นเฉียบไม่แพ้กันเลื่อนมาเกาะกุมมือใหญ่อันไร้ความรู้สึกสัมผัสทางกาย แต่สะท้อนท้านเข้าไปได้ถึงส่วนลึกของจิตใจ
"จำไว้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ก็จะทำเพื่อนายเสมอ"
สองพี่น้องนิ่งอยู่ในท่านั้นชั่วขณะก่อนที่ร่างเล็กของนักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหลจะลุกขึ้น
"พี่จะไปหาร้อยโทฮอว์คอายหน่อย รู้สึกว่าเสื้อจะหลวมไปนิด นายรออยู่นี่นะ"
"อื้อ"
อัลฟอนส์พยักหน้ารับก่อนที่จะใช้สายตาส่งร่างพี่ชายออกจากห้องไป วินาทีนั้นเองเอ็ดเวิร์ดก็กลับเป็นพี่ชายคนเดิมที่เขารู้จักมาตลอด 14 ปี ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีสีหน้าบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจแอบซ่อนไว้แท้ๆ
...หวังว่าการแต่งงานครั้งนี้ จะทำให้พี่มีความสุขจริงๆเถอะนะ...
to be con...
สั้นไปหน่อยนิ ไม่เป็นไร ดูเสียงตอบรับก่อนดีกว่านะ เหอะๆ
ปล.คิดว่าที่โลกนั้นเขาให้ผู้ชายกับผู้ชายแต่งงานกันได้เหรอ? น่านสิเนอะ เอ๊ะ? แล้วเราจะถามทำไมหว่า? (สับสนตามชื่อเรื่องแล้วไอ้คนเขียน)

สงสัยว่างานนี้จะแต่งงานเพื่อแลกข้อมูล (นึกหน้าผู้พันตาตี่)
แต่ถ้าช่วยอัลได้ สินสอดคราวนี้ก็คุ้มสำหรับเอ็ดคุงสินะ
เอ๊ะ...แล้วถ้าสำเร็จ...มิเกิดศึกชิงคนแคระ (วอนบาทาน้อยๆ ซะงั้น) เอ้ย เอ็ดเหรอเนี่ย?
ป.ล. แอดนะฮับ
#1 By Zakuro on 2005-11-01 23:36