FMA Fic : An equal exchange I
posted on 10 Oct 2005 11:36 by kuwari in FANFICTIONและแล้ว...มันก็มาจนได้ Fic FMA เต็มรูปแบบเรื่องแรกของเรา ไม่มีสาระนักหรอก เพราะเขียนสนอง need (55+) ไม่มีพล๊อตเพราะมั่ว แน่นอน pwp*
ว่าจะอับคู่พี่น้องที่เกริ่นไปใน entry ที่แล้วแต่ก็คิดพล๊อตไม่ออกเหมือนกัน ยืดไปก่อนเอาเรื่องนี้มาแปะแทน จะพยายามไม่ให้ยาวเพราะมันไม่มีพล๊อต(เน้นจังนะ)
คิดว่าเอ็ดเวิร์ดเหมือนใครซักคนที่เรารู้จักนะ เลยติดคาแรคเตอร์แบบนี้มา คล้ายกันจริงๆเล้ย เลยให้อารมณ์ฟิกคล้ายๆกัน ขออภัยไว้ณ.ที่นี้ด้วย ชอบจังเคะแบบนี้นะ ยิ่งห้าวยิ่งเถื่อน สุดยอด!!!นี้แหละใช่เลย!! เตี้ยน้อยของฉัน อิๆ
เอาล่ะ...ไปอ่านกันเล้ย
*WARNING* YAOI / NC-17 /PWP
*คำเตือน* Y แน่นอนนะจ๊ะ Y มากๆ ติดเรทไร้พล๊อตตามสไตล์ข้าพเจ้า เหอๆๆๆ ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องจ๊ะ สนอง need ล้วนๆ
An equal exchange
by kuwa[R]i...
มันเป็นการลงโทษ..ของผู้ที่ฝ่าฝืน บังอาจเข้าใกล้อาณาเขตของพระผู้เป็นเจ้า...
"เจ้าเหล็ก..."
น้ำเสียงยียวนกวนประสาท รวมทั้งสรรพนามเรียกขานแบบนี้ไม่มีใครอีกแน่ นอกเสียจาก...
"มีอะไรไม่ทราบ? ไอ้ผู้พันเฮงซวย"
ร่างเล็กเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างหันกลับมาพร้อมทั้งสีหน้าที่ชวนเหวี่ยงบาทาเข้าใส่เช่นกัน การเจอโดยบังเอิญขณะที่กำลังเดินอยู่ณ.อาคารศูนย์บัญชาการใหญ่เซนทรัลนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกแม้แต่น้อย แต่ให้ตายเหอะ! ทำไมต้องเป็นเจ้าหมอนี่ด้วยนะ!!
"พูดกับผู้บังคับบัญชาของเธอแบบนี้ได้ยังไงกัน" รอย มัสแตง ผู้พันหนุ่มเจ้าของฉายา "นักเล่นแร่แปรธาตุอัคคี" แสยะยิ้มขณะที่เบนสายตามองคนตัวเล็กเบื้องหน้า
"อ้อ...งั้น มีอะไรจะให้กระผมรับใช้หรือขอรับ? ผู้พัน" แม้คำพูดคำจาจะฟังดูนอบน้อมเต็มที่ แต่น้ำเสียงไม่ได้เป็นอย่างนั้นด้วยเลย ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้พันหนุ่มผมดำต้องฉีกยิ้มหนักกว่าเก่า
"ขำอะไรไม่ทราบ" เอ็ดเวิร์ดหน้ามุ่ย แน่นอนว่าเขาทนพูดจาดีๆกับคนคนนี้ได้ไม่กี่ประโยคนักหรอก ถ้าเป็นไปได้แทบไม่อยากจะเสวนาเลยด้วยซ้ำ
รอย ได้แต่ยิ้มจนน่าโมโห มันก็ถูกว่าการที่ผู้คนมีรอยยิ้มให้กันนั้นเป็นสิ่งดี ถ้าไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทอย่างไอ้หมอนี่น่ะ!
"ผู้พัน ถ้าไม่มีอะไร ผมจะไปล่ะนะ" เด็กหนุ่มผมทองทำท่าจะเดินไปแต่ข้อแขนเล็กก็ถูกคว้าไว้ได้เสียก่อน เอ็ดเวิร์ดถึงกับตกใจจนสะดุ้ง ไม่ใช่เรื่องของการถูกหยุด แต่เป็นเพราะเขาไม่ชินที่จะให้ใครมาสัมผัสกับแขนขวาของเขาต่างหาก
...ส่วนของร่างกายที่ไม่ใช่มนุษย์
"อะไร? ปล่อยนะ" ร่างเล็กสะบัดมือออกโดยสัญชาตญาณ "เป็นอะไรของนายน่ะ?"
"อ้อ โทษที" ดูเหมือนรอยเองก็เพิ่งจะรู้สึกตัว ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพียงแค่เห็นอีกฝ่ายผินหลังกลับไป ร่างกายมันกลับขยับไปก่อนสมองจะสั่งการเสียอีก "ฉันมีงานจะให้เธอทำน่ะ"
"กดขี่กันเหลือเกินนะ" เอ็ดเวิร์ดประชด "คราวนี้จะให้ไปตรวจสอบอะไรอีกล่ะ?"
"ใจเย็นๆสิ" ใบหน้าคมยังคงคลี่ยิ้มจางๆ "เดี๋ยวเย็นนี้เราไปเจอกันที่ประตูด้านตะวันออกเป็นไง?"
"ประตูด้านตะวันออก?" ร่างเล็กเลิกคิ้ว
"ใช่" ผู้พันหนุ่มเดินผ่านพร้อมกับวางมือแกร่งบนศีรษะปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีทองอ่อนนุ่ม "อย่าไปสายล่ะ เจ้าตัวเล็ก"
"หนอย.....นายว่าใครตัวเล็กเท่าเศษกรวดหน้าตึกบัญชาการ ห๊า!!! ไอ้ผู้พันหน้าหม้อออ!!!!!!!"
+++++++++++++++++++++
"ปัง!!!!"
เสียงบานประตูกระแทกดังสนั่นด้วยน้ำมือ ไม่สิ ฝ่าเท้าของเอ็ดเวิร์ด เอลริค หรือที่ผู้คนรู้จักกันดีในนามของ "นักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหล"
"อ๋าาา พี่ทำอะไรน่ะ? ประตูพังเลยเห็นไหม?"
อันฟอนส์ น้องชายร่างยักษ์ด้วยชุดเกราะเหล็กร้องโวยวาย เมื่อเห็นว่าพี่ชายใช้เท้าซ้ายต่างมือ ถีบประตูห้องพักของพวกเขาเสียพังยับ
"โทษที จะซ่อมเดี๋ยวนี้แหละ"
เอ็ดเวิร์ดประกบมือเข้าด้วยกันก่อนจะแตะที่ซากสิ่งที่เคยเป็นบานประตู แสงสว่างวาบขึ้นชั่วขณะและเพียงไม่กี่อึดใจมันก็กลับสู่สภาพเดิม
"โมโหอะไรมาน่ะพี่ อย่าบอกนะว่าผลประเมินไม่ผ่านน่ะ"
ใช่แล้ว...การที่พวกเขากลับมายังเซนทรัลก็เพื่อส่ง "ผลการวิจัย" เพื่อเป็นการประเมินปีละครั้งสำหรับผู้ที่เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุของทางการ มันก็เลยไม่แปลกอะไรที่จะมาเจอผู้พันรอย มัสแตง ทั้งๆที่จริงแล้วเขาควรจะประจำอยู่ณ.ศูนย์บัญชาการภาคตะวันออก
"ตลกน่า อัล อัจฉริยะอย่างพี่มีเหรอจะไม่ผ่าน ที่พี่โมโหน่ะ...มัน....เฮ้ยยยย!!!!"
จู่ๆ เอ็ดเวิร์ดก็ร้องเสียงหลงจนอัลฟอนส์ตกใจไปด้วย "อะไรฮะ?"
"นี่กี่โมงแล้ว? อัล"
"ก็..." น้องชายดูนาฬิกา "ทุ่มนึงแล้วฮะ"
"ซวยแน่ๆ ซวยแล้วตู" ร่างเล็กพึมพัม ลืมสนิทเลยว่าผู้พันนัดเอาไว้ เขาก็มัวคุยอยู่กับคนอื่นๆเรื่องงานวิจัยเสียจนเพลิน "ไปข้างนอกแป๊ปนะ"
"อ้าว พี่..."
อัลฟอนส์ได้แต่ยกมือใหญ่โตค้าง หลังจากพี่ชายร่างเล็กออกไปจากห้องด้วยความเร็วสูง เจ้าตัวก็ได้แต่นั่งน้อยใจที่ถูกทิ้งตามลำพัง
+++++++++++++++++++++
ณ.ประตูด้านตะวันออกออกศูนย์บัญชาการใหญ่สำนักงานอัลเคมิสต์แห่งชาติ เด็กหนุ่มร่างเล็กวิ่งหอบแฮ่กมาแต่ไกลพร้อมสอดส่ายสายตาสีทองของตนไปทั่ว
"เฮ่อ... ป่านนี้ สงสัยคงกลับไปแล้วล่ะ"
"มาสายมากเลยนะ เอ็ดเวิร์ด เอลริค"
โทนเสียงต่ำๆดังมาจากร่างหนึ่งที่นั่งตะคุ่มอยู่ในมุมมืด
"เหวอ!!"
เอ็ดเวิร์ดสะดุ้งสุดตัว แว่บหนึ่งเขาโล่งใจที่ร่างซึ่งปรากฎขึ้นนั้นเป็นของคนที่เขารู้จัก แต่อีกวินาทีต่อมาเขาก็รู้ว่าเขากำลังคิดผิด ใบหน้าของรอย มัสแตงยังคงมีรอยยิ้มละไมฉาบประทับ แต่สู้ให้อีกฝ่ายแยกเขี้ยวใส่เสียดีกว่าแทนที่จะเป็นรอยยิ้มแบบนี้
.....ก็ในเมื่อมันไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย
"ถ้าเธอหาเหตุผลดีๆ อธิบายกับฉันไม่ได้ รับรองว่า คืนนี้ คงต้องคุยกันยาวแน่"
รอยเน้นที่คำบางคำเสียชัด แต่เอ็ดเวิร์ดก็ไม่ทันสังเกต
"เอ่อ... ก็..ก็คุณน่ะไม่ยอมถามความสมัครใจของผมก่อนนี่นา ผมเองก็มีธุระที่จะต้องไปทำก่อนสิ นี่มาก็ดีเท่าไหร่แล้ว"
"หืม?" รอย ขยับตัวเข้ามาใกล้ "ธุระของเธอ จะสำคัญไปกว่าคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างฉันได้อย่างไร? เอ็ดเวิร์ด"
ร่างเล็กรู้สึกหนาวสันหลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้ว่าเรียวปากบางจะยิ้มแต่เขาก็รู้ว่ารอยกำลังโกรธ แถมโกรธมากเสียด้วย
ดวงตาสีทองได้แต่จับจ้องร่างที่ยิ่งก้าวเข้าใกล้ทุกขณะ สายลมยามค่ำพัดกรูเกรียวราวกับทั้งร่างถูกโอบล้อมด้วยแรงกดดันที่แผ่มาจากคนตรงหน้า และมีผลให้ทั้งแขนและขาหนักอึ้งจนไม่สามารถขยับตัวได้ นี่เขาเป็นอะไรไป....?
ไม่...ฉันคือเอ็ดเวิร์ด เอลริค นักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหลนะ จะกลัวอะไรกับแค่คนคนเดียว
ร่างเล็กยกสองมือขึ้นเตรียมประกบเมื่อเห็นท่าไม่ดี แต่แล้วปราดเดียวผู้พันหนุ่มก็เข้าประชิดตัวแถมยังคว้าข้อมือข้างที่เป็นออโต้เมล์ของเขาไว้อีก
"อะไร? นี่คิดจะต่อต้านผู้บัญคับบัญชาเหรอ? เอ็ดเวิร์ด เอลริค" รอยยิ้มเย็น "อย่างนี้ต้องลงโทษกันหน่อยแล้ว"
ดวงตาสีทองเบิกกว้างเมื่อใบหน้าคมเคลื่อนเข้าใกล้จนแนบชิด และวินาทีถัดมาริมฝีปากได้รูปก็กดทับเรียวปากบางแนบสนิท อ้อมแขนแข็งแกร่งกวาดเอวบางเข้ามาแนบแผ่นอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านจากร่างกายใต้ยูนิฟอร์มทหารสีน้ำเงินสดใส ริมฝีปากของรอยร้อนสมกับฉายานักเล่นแร่แปรธาตุอัคคียิ่งเวลาที่ปลายลิ้นอุ่นล่วงล้ำเข้าสำรวจในโพรงปากเล็กๆนั้น ราวกับส่งไอคุกรุ่นแห่งความต้องการเผาผลาญกระทั่งสามัญสำนึกให้ไหม้เป็นธุลี
"อื้อ..." เอ็ดเวิร์ดน้อยร้องประท้วงในลำคอเพียงชั่วครู่ มืออีกข้างที่ว่างพยายามผลักไสได้ไม่นานก็เปลี่ยนมากำแน่นที่แขนเสื้อของร่างสูงกว่า
ชายหนุ่มละริมฝีปากออก ก่อนจะคลี่ยิ้มพึงใจเมื่อเห็นสีหน้าเคลิบเคลิ้มลืมตัวของอีกฝ่าย ร่างเล็กถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้นเมื่อเขาปล่อยให้ยืนโดยอิสระ
"นี่สำหรับโทษสถานเบา..."
เอ็ดเวิร์ดเงยหน้าขึ้นมองผู้พันหนุ่ม และเพียงวินาทีต่อมาแสงสว่างวาบขึ้นและออโต้เมล์ที่ถูกเปลี่ยนสภาพเป็นอาวุธก็พุ่งเข้าใส่ร่างตรงหน้า
"เฮ้...." รอยหลบได้ทัน "คราวนี้เป็นข้อหาทำร้ายผู้บังคับบัญชาแล้วนะ"
"คุณน่ะแหละจะโดนก่อน" ร่างเล็กผมทองแยกเขี้ยว
"งั้น.." ประกายไฟลุกพรึ่บ ก่อนที่จะเฉียดเด็กหนุ่มไปนิดเดียว น่าสงสารกอกุหลาบพุ่มนั้นที่ต้องกลายเป็นกุหลาบย่างในพริบตา
"เรามาคุยกันดีๆดีกว่า เจ้าเหล็ก"
ท่าทางว่ารอยคงจะอารมณ์ดีขึ้นมาแน่แท้แล้ว ฟังจากสรรพนามที่เรียกเขาก็รู้
เอ็ดเวิร์ดชะงักไปครู่ใหญ่ เขาถอยห่างรอยไปในระยะที่คิดว่าปลอดภัย แต่ยังไม่ทำให้ออโต้เมล์กลับสภาพเดิม
"มีอะไรก็ว่ามา"
"เธอไม่แปลกรึไงว่าทำไม ฉันนัดเธอมานอกเวลางาน" ท่าทางผู้พันหนุ่มสบายๆ เหมือนไม่สนว่าอีกฝ่ายจะโจมตีเขาหรือไม่ ดวงตาสีดำเหลือบมองร่างเล็กเพียงนิดก่อนจะเอ่ยต่อ "เพราะข้อมูลบางอย่างที่ฉันได้มานั้น มันอยู่เหนือจากกฎเกณฑ์นิดหน่อย แน่นอน ว่าเกี่ยวกับศิลานักปราชญ์"
หัวใจของเอ็ดเวิร์ดกระตุกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำนี้ เขาเก็บออโต้เมล์เป็นสภาพเดิมและแววตาก็เปลี่ยนเป็นกระตือรือล้น
"ว่าไงนะ?"
"การจะได้อะไรมาต้องมีการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน เจ้าเหล็ก" ผู้พันหนุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันมาสบกับดวงตาสีทองด้วยรอยยิ้มตามแบบฉบับของเจ้าตัว มาดร้าย...และแอบแฝงบางอย่างไว้ภายใน "เธอก็รู้กฎข้อนั้นดีไม่ใช่รึ?"
เอ็ดเวิร์ดกำหมัดแน่น เขารู้ตัวในวินาทีนั้นเองว่าเขาเกลียดรอยยิ้มนี้เสียจริงๆ
"คุณต้องการอะไร? ผู้พันมัสแตง"
to be con...
edit @ 2005/10/10 11:41:05
รอยก็เจ้าเล่ห์น่าหมั่นไส้ดีแท้ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ เรื่องอัลเอ็ดเรื่องก่อนด้วยน้า

กฎแห่งความเท่าเทียมงั้นเหรอ....
งั้นสิ่งที่จะแลกมาได้ถึงข้อมมูลของศิลานักปราชญ์น่ะ มันก็ต้องสำคัญไม่แพ้กันล่ะสิ
มันจะเป็นอารัยน๊า หุ๊ หุ๊ จะรอดูกันต่อปาย
#1 By A-K (158.108.24.72) on 2005-10-10 13:21